Top secret(Love?)
Attack on titan
Levi X Eren(all eren??)
PG-15(ตามตอน)
คำเตือน!!!ฟิคนี้มีเนื้อหาความรุนแรง เพศ และการใช้ภาษา และมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชายรักชาย!!!! เพราะชาน้านนน ใครไม่ชอบกรุณาหลีลี้หนีให้ไกลค่ะ!!เค้าเตือนแล้วนะ!!!
............................................................
ตัวอักษรยั้วเยี้ย เย่ๆ//ปวดตาาาาาาาาา!!! เอลวินโผล่ สาวกป๋าจะตรบตรูมั้ย?? ไม่รู้ล่ะๆ รู้สึกเหมือนสำนวนการเขียนจะเริ่มกลับมาเป็นปกติ หลักฐานคือ...เวิ่นเว้อ!!!!5555+(บรรยายโวหาร+พรรณณาโวหารตะหาก!) แล้วยังงี้เมื่อไหร่จะจบภารกิจแรกฟระ!? WTH!!!! เดี๋ยวสลับ เวิ่นฟิค-ทำCG ดีก่า แฮ่ๆๆ
.............................................................
11:30
ลีมูซีนสีดำขลับเงาวับสะท้อนภาพรอบข้างที่เต็มไปด้วยแสงสีตระการตา
ความเร็วที่ไม่ได้เร็วมากแต่ก็ไม่ได้ช้าทำให้ดูน่าเกรงขามคล้ายกับเสือดาวรัตติกาลที่ทะยานผ่านย่านกลางคืนของเมืองแห่งการพนันและแสงไฟยามค่ำคืน
ในรถที่ติดฟิล์มสีทึบ
เสียงเพลงที่เคล้าคลอเบาๆชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย....แต่อย่างน้อยก็ดูเหมือนจะมีอยู่คนนึงในนั้นที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่แทบทุกวินาที...
“ไม่เอาน่า
รีไวล์!!!
นี่มันงานฉลองนะไม่ใช่ภารกิจไล่ฆ่าลูกกระจ็อกของทางการ พักผ่อนน่ะพักผ่อน
นายเข้าใจมั้ยเนี่ย!!?”
เสียงจิ๊ปากเบาๆดังขึ้น
เพราะคนที่นั่งข้างๆคอยแต่ยุกยิกๆกวนใจมาตั้งแต่สามสิบนาทีก่อน ดูเหมือนยัยแว่นโรคจิตที่ถูกขนานนามจะชอบอกชอบใจกับพวกแสงสีน่ารำคาญนี่เป็นพิเศษ...ถึงจะเป็นงานฉลองก็เถอะ
แต่เขาไม่คิดเลยว่าเจ้าของงานจะจัดขึ้นมาจริงๆ
ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ชอบอะไรที่มันเกะกะตาซักเท่าไหร่
ยิ่งพวกสวะตามตรอกซอกซอยที่ชอบอวดเก่ง ทั้งเหม็นเหล้า
ทั้งสกปรก...ร่างเล็กสันทัดเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
หมวกสีขาวที่ควรจะอยู่บนหัวสีทองสว่างวางไว้ข้างๆกาย
ร่างสูงใหญ่บึกบึนอย่างทหารหาญก้มหน้ามองอ่านเอกสารไปพลาง
พูดคุยกับคนที่อยู่ข้างๆไปพลาง เอลวิน สมิธ หยิบเอกสารส่งไปให้ชายหนุ่มอีกคน
ถุงมือสีขาวสะอาดเข้ากับชุดสูทผู้ดีสีขาว มือหนาขยับหน้ากากสีขาวให้เข้าที่...
“ใกล้ถึงแล้วสินะ
มิเกะ อ้อ!ฮันชี่
หน้ากากนี่ดูเป็นไงมั่ง?”
“เจ๋งเป้งไปเลย
เอลวิน!!! เข้ากับบทตัวร้ายแสนไฮโซสุดๆไปเลย
นี่ถ้ามีผ้าพาดไหล่ซักหน่อยนะ ชั้นว่าคงเจ๋งพิลึก!!”
หนุ่มใหญ่หัวเราะในลำคอเบาๆอย่างไม่ถือสาหาความตามสุภาษิต
“อย่าถือคนบ้า” แล้วหันหน้าไปมองอีกคนที่สร้างบรรยากาศชวนอึดอัดในรถที่ควรจะเย็นสบายให้น่าขนลุกนิดๆ
‘ขนาดมีเพลงคลอแล้วนะ’ เอลวินถอนหายใจเบาๆกับลูกน้องที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม
แต่ทว่าเกลียดความยุ่งเหยิงวุ่นวาย(และความสกปรก)เป็นที่สุด
มือใหญ่โยนเอกสารในมือไปให้อีกคน...รีไวล์รับไว้แล้วเปิดดูผ่านๆ
“ชั้นคิดว่านายควรเตรียมพร้อมถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นนะรีไวล์
ถึงชั้นต้องการจะให้มันเกิดขึ้นอยู่แล้วก็เถอะ เพราะยังไงนายก็ไม่มีอะไรให้เสี่ยง
แล้วถ้าเป็นนาย....บางทีเราอาจจะได้อะไรมากกว่าที่คิดเยอะ”
ดวงตาสีเทาหม่นใต้หน้ากากสีนิลนิ่งสงบ
ก่อนจะโยนเอกสารคืนให้กับผู้ช่วยของอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือในถุงมือสีขาวยกหมวกขึ้นสวม
บทสนทนาแฝงความหมายที่เข้าใจเพียงเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง
แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนในรถลีมูซีนคนหรูนั้นยิ้มบางๆ เว้นแต่คนที่ยิ้มยาก
แต่เขาก็รู้ดีว่าร่างสันทัดนั้นก็คงยิ้มเยาะอยู่ในใจบ้างเหมือนกัน
“อย่างน้อยๆพวกนั้นก็ดมกลิ่นหาข่าวสารเก่งไม่เลว...แม้จะไม่เท่ามิเกะก็เถอะ”
หนุ่มใหญ่หัวเราะในลำคอเบาๆเย้ยหยันไปในตัว ฮันชี่ โซเอะ ขยับยิ้มรับ พร้อมกับเสียง
“หึ” ของร่างสันทัดที่ยกหมวกสีดำประดับขนนกสีน้ำเงินขึ้นมา พอดีกับรถที่ค่อยๆชะลอความเร็วลง....หนึ่งคือยอดผู้บัญชาการ
หนึ่งคือบุรุษผู้แข็งแกร่ง หนึ่งคือต้นหนนักล่าข่าวสารจมูกไว
และอีกหนึ่ง...อัฉริยะไม่เต็มเต็ง...ตัวแสดงหลักของกลุ่ม “ปีกแห่งเสรีภาพ”
ออกโรงแล้ว!!!!
..................................
เวลาเดียวกัน
อีกมุมหนึ่งของถนนที่เต็มไปด้วยแสงไฟ....
เสียงบ่นพึมพำไม่หยุดของสาวร่างสูงเพรียวขับให้คนเดินข้างๆยกมือข้างหนึ่งขึ้นอุดหู
เอเลน เยเกอร์ ต้องเดินย่ำเท้าบนพื้นหินขรุขระ ใจนึกอยากถอดรองเท้าวิ่งไปใจแทบขาด
ติดอยู่ที่ฐานะของสุภาพสตรีมันค้ำคอ
มือที่สวมถุงมือข้างหนึ่งแบกกระเป๋าขนาดใหญ่ไว้ข้างหลังที่ดูก็รู้ทันทีว่าเป็นเครื่องดนตรีขนาดใหญ่พอตัวที่เรียกว่า
“เชลโล” กับ แจน กิลชไตน์ ที่แบกเครื่องดนตรีชนิดเดียวกันแต่เล็กกว่าไว้ข้างหลัง
“เข้าใจคิดชะมัด
เพราะงี้เลยต้องมาย่ำต๊อกแบบนี้เนี่ยนะ!?แล้วไหงผู้ชายอย่างนายถึงแบกแค่ไวโอลินล่ะฟระ!!?”
เสียงที่ตอนนี้กลายเป็นเสียงของผู้หญิงขึ้นแหลมสูงอย่างขัดใจ
เอเลนบ่นกระปอดกระแปดมาได้ซักสิบนาทีแล้วตั้งแต่ที่รถจอดทิ้งทั้งสองไว้บนทางเท้าในสถานที่ที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับเป้าหมายนัก
เพราะอะไรนะหรือ??เพราะงานนี้ทั้งสองต้องแสดงฐานะเป็น “นักดนตรี” และแน่ล่ะ...ว่านักดนตรีที่ไหนเขาจะมาด้วยรถลีมูซีนกัน?
เพราะงั้นตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทั้งสองจึงต้อง “เดิน” ไปเข้างานอย่างเนียนๆ
แจนที่ทนฟังบ้างไม่ฟังบ้างมาเสียนานพูดขึ้นเชิงเตือนสติ
“นาย เอ้ย! เธอลืมไปแล้วรึไงว่า
แบบบิตี้แรบบิตตี้ของเธอมันเป็นยังไง หา? อย่าเอามาเทียบกับมากาเร็ตมอร์ริอาทีของชั้นนะเว้ย!!” หนุ่มผมน้ำตาลอ่อน ตะโกนบอก ซึ่งอีกฝ่ายก็ชะงักไปนิดพร้อมทำหน้าราวๆว่า ‘เออแฮะ’ เล่นเอาแจนอยากตบหน้าผากตัวเอง....อายุ 15
ปี กับงานสายลับนี่ดูเหมือนจะดูดี แต่มันมีที่มาจากความน่าเศร้าทั้งนั้น
เอเลนที่ถูก ผ.บ.พิคซิสรับมาเลี้ยงดูตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เขาที่เป็นเด็กกำพร้าก็ไม่ค่อยต่างกันนัก
จะต่างกันก็ที่ว่าเขาไม่อยากมารนหาที่ด้วยการแก้แค้นอย่างเอเลนแต่อยากจะไถ่บาปที่ตกค้างอยู่ในใจของตนเองซะมากกว่า...และเพราะว่าพ่อแม่ของเขาเองก็ทำงานให้กับทางการก่อนที่จะตายไปด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อ
10 ปีก่อน เขาเลยถูกดูแลโดยสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของทางการ
และเขาก็ถูกเรียกตัวเพื่อมาเป็นกำลังเสริมบ้างเป็นบางงาน แจน กิลชไตน์
มีความสามารถในการตัดสินใจที่ดีในเวลาที่คับขันถึงแม้จะไม่เทียบเท่าเพื่อนร่วมรุ่นอีกคนแต่ความสามารถนี้ก็ดีมากพอที่จะทำงาน...สายลับฝึกหัดรุ่น
401 คนอื่นๆก็ทำงานในส่วนของตนเอง แจนถอนหายใจเฮือกใหญ่...ที่ต้องมากับเอเลนในครั้งนี้ก็เพราะอีกสองคนที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดต่างก็มีงานเข้ามาแถมสองคนนั้นก็ไม่ค่อยเหมาะสมกับบทบาท
“คนรัก” ของเอเลนซักเท่าไหร่เลยตกมาที่เขาต้องมาซวยแทน ทำไมน่ะเรอะ?? ก็เพราะว่า-
“เฮ้ย!!น้องสาวคนนั้นน่ะ!!” ไม่ทันจบความดี ความคิดในหัวของแจนก็กลายเป็นคำว่า ‘ซวย’ แทบจะทันที
เมื่อเพราะการสนทนาเมื่อครู่ทำให้เขาและเธอ(?)เผลอเดินตรงเข้าไปในตรอกอับๆที่เป็นที่สิงสถิตของพวก
“สวะ” บางประเภท และแน่นอนว่าไม่มีสวะที่ไหนที่น่าคบหรอก...
เอเลนหันไปตามเสียงเรียกด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเล็กๆจากเท้าที่เริ่มเจ็บนิดๆ
“อะไร...คะ?” พยายามคงหางเสียงให้ดูสุภาพ
เธอแค่ชายตามองก็รู้ว่าพวกนั้นไม่ได้มาดี แถมหมาหมู่อีกต่างหาก เมื่อพวกมันเจ็ดคนแยกกันล้อมเธอไว้โดยที่อีกหนึ่งคนที่ตัวใหญ่ที่สุดผลักแจนออกไปให้พ้นทาง
ซึ่งหนุ่มผมสีอ่อนก็ยอมถอยออกมาง่ายๆ พลางยกมือเกาหัวแกรกๆ
“ไม่เอาน่าเอเลน
แหะๆเอ่อ...ขอโทษนะครับพี่ชายแต่ช่วยปล่อยแฟนผมออกมาได้มั้ย? พอดีพวกเราต้องรีบไปงาน- อึก!” ร่างสูงถูกเจ้าตัวใหญ่กระชากคอเสื้อยกขึ้นสูง
คนที่ดูท่าจะเป็นหัวโจกในกลุ่มที่ยืนมองเอเลนอยู่หันกลับไปพูด
“ไอ้งานเปิดตัวบ่อนใหม่นั่นน่ะเหรอ? กะอีแค่นักดนตรี
หายไปคนนึงไม่เห็นจะเป็นไรไม่ใช่ไง??”
พวกตัวประกอบร่วมก๊วนยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วย เอเลนถอนหายใจหน่ายและต้องนิ่งงันเมื่อเจ้าหัวโจกนั่นพูดขึ้น...
“แล้วก็เจ้าของบ่อนนั่น
เอลวิน สมิธ เป็นหัวหน้าของพวกเรานะเฟ้ย!รู้จักมั้ย ปีกแห่งเสรีภาพในตำนานน่ะ พวกเราหายไปนานกว่า 10
ปีก็จริง แต่ตอนนี้หัวหน้าเอลวินกลับมาแล้วนะเฟ้ย!! 555+” มันถกแขนเสื้อเผยสัญลักษณ์รูปปีกสองสีไขว้กันพลางหัวเราะพวกลูกกระจ๊อกก็พากันหัวเราะร่า
ในขณะที่แจนหน้าซีดเผือด ‘พวกสวะข้างถนนอย่างพวกบ้านี่ก็รู้???’
“แจน...รับที...”
กระเป๋าแซลโลถูกเหวี่ยงโยนไปด้วยมือข้างเดียวของสาวน้อย(?) แจนรับด้วยมือข้างหนึ่งแล้วออกแรงบีบข้อมือของเจ้ายักษ์ที่จับคอเสื้อของเขาอยู่แล้วบิดกระดูกข้อจนดังกร๊อก
มันร้องโหยหวนแล้วปล่อยเขาลงกับพื้น
หนุ่มผมสีอ่อนบิดมือนั้นไปอีกด้านจนร่างใหญ่ขยับไม่ได้
เพราะถ้าขยับแขนของมันก็อาจจะหักเอาได้ง่ายๆ....ก็แค่ทักษะพื้นฐาน...ดวงตาสีอ่อนมองไปทางกลุ่มที่มุงเด็กสาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจพวกมันหันมามองเขาด้วยท่าทางเหวอๆ
อ้อ!แล้วที่เขาว่าการจับคู่ควบตำแหน่งแฟนของเอเลนมันซวยยังไง....
“ใส่หน้ากากอยู่แบบนี้คงไม่เป็นไรสินะ?” เสียงเย็นๆของสาวน้อยทำให้เจ้าหัวโจกหันกลับไปมอง
“อ๊ะ!!เหอ...”
ผั้วะ!!!
เด็กสาวย่อตัวลงแล้วดีดตัวขึ้นพร้อมๆกับอุ้งมือกระทบที่ปลายคาง
นัดเดียว...สลบเหมือด คนทางซ้ายขาวเข้าประชิดเด็กสาวในทันที!
เอเลนก้มลงจนสองร่างนั้นเกือบชนกันก่อนที่ศอกหนักๆจะสอยกล่องดวงใจของพวกมันในระยะประชิดพร้อมกัน
“อ้าคคคคคคคคคคคค!!!/เจี้ยกกกกกก!!!!” แจนแอบซี้ดเบาๆในขณะที่ดูอยู่ห่างๆ เอ้อ!!ซวยยังไงน่ะเหรอ
ก็เพราะว่าหมอนี่ทำงานแล้วต้องมีเรื่องทุกครั้งน่ะสิ!!!ถ้าไม่นับที่ทำงานกับคนอื่นล่ะก็ทำงานกับเค้าก็ต้องมีวิวาทกับพวกข้างถนนทุกครั้งที่มีโอกาส
ขนาดประสบการณ์ทำงานรวมทั้งหมดไม่ถึง 2 ปีด้วยซ้ำ...
อีกสามคนที่เหลือ(ยกเว้นไอ้ยักษ์)มองหน้ากันเลิกลั่ก
มีดพกถูกยกขึ้นมาใช่ขู่ เจ้าหัวโล้นท่าทางเอาเรื่องเดินมาประจันหน้า
แล้วแทงมีดเล็งตรงไปที่ใบหน้า!เอเลนเบี่ยงหลบสืบเท้าเข้าใกล้ หันหลังจับแขนข้างที่ถือมีดนั้นขณะที่มืออีกข้างจับคอเสื้ออีกฝ่ายแน่นแล้วทุ่ม!
ผลั่ก!!
!เสียงของร่างหนักๆกระทบพื้นดังลั่นซอย
อีกหนึ่งคนวิ่งเข้ามาอย่างบ้าบิ่นฉวยโอกาสตอนที่ทุ่มร่างของไอ้โล้นเข้าใกล้ ขาเรียววาดตวัดเตะขาของอีกฝ่ายจนล้มลงหัวฟาดพื้นตามเพื่อนร่วมก๊วนไปอีกคน
แคว๊ก!...เอเลนก้มลงมองกระโปรงของตน
ก็พบว่ามันขาดติดมือเจ้าคนเมื่อกี้ไปตอนล้มสวนกับที่เธอยืนขึ้น...คิ้วเรียวเข้มกระตุกกึก....
สายตาเหลือบไปมองอีกร่างที่ไม่ได้เข้ามา...เหลืออีกแค่หนึ่งคนท่าทางปอดๆ
มือที่ถือมีดสั้นสั่นระริก ดูท่าจะเด็กที่สุดในก๊วน สงสัยจะเป็นน้องใหม่....
“ว้ากกกกกกกกกกกก!!!”มันแหกปากร้องตะโกนแล้วออกวิ่งหันหลังหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต
เด็กสาวยกเท้าข้างนึงขึ้น ถอดรองเท้าส้นสูงเจ้าปัญหาออกมาอย่างไม่รีบร้อนนัก
รวมรวมความโมโหใส่ในรองเท้าที่เป็นเหตุแห่งความหงุดหงิด
“ไอ้รองเท้าซังกะบ๊วยยยยย!!!!” แล้วขว้าง!!
โป้ก!!!ส้นแหลมๆของรองเท้าส้นสูงกำมะหยี่ปะทะกับหัวของเจ้าคนที่วิ่งหนีอย่างพอดิบพอดี
เสียงตุบ!ดังขึ้นพร้อมกับร่างที่สลบไสลไปอีกราย....หัวแตกมั้ยล่ะนั่น
แจนที่ยืนบิดแขนเจ้ายักษ์ด้วยท่าทีสบายๆยืนไว้อาลัยให้กับสวะที่พร้อมใจสิ้นชีพเพื่อระบายความหงุดหงิด(ยังไม่ตายซะหน่อย!!!)ของเอเลน...
เด็กสาวดูอารมณ์ดีขึ้นนิดๆพลางเดินไปเก็บรองเท้าของตัวเองขึ้นมาแล้วทนใส่ไว้อย่างเดิมแล้วเดินตรงมาทางเขาที่จับตัวเชลยจำเป็นไว้กับตัว
เขาปล่อยแขนร่างใหญ่นั่น...มันร้องแล้วลูบไหล่ตัวเองป้อยๆอย่างไม่มีทีท่าว่าต่อสู้แต่อย่างใดจนเมื่อร่างระหงส์นั่นเดินมาใกล้นั่นแหละ...มีสะดุ้ง...ดวงตาสีมรกตเย็นใต้หน้ากากสีรัตติกาลราวกับจะเรืองแสงให้ความรู้สึกสะท้านเฮือก
เด็กสาวย่อกายลงโดยไม่คำนึงถึงว่ากระโปรงขาดๆนั่นมันทำให้แจนรู้สึกเสียวใส้แค่ไหน
“ชั้นขอถามอะไรแกหน่อย...แกคงไม่อยากรีบเข้านอนใช่มั้ย? พวกแกเกี่ยวอะไรกลุ่มนั่น
แล้วรู้เรื่องอะไรมาบ้าง?”
“มะมะ...ไม่ใช่ๆ!พวกเราแค่...คะแค่...”
“แค่อะไร?” แจนเอ่ยถามเป็นการไล่ต้อน
“พวกชั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกนั้นหรอกนะ...ก็แค่...หาข้ออ้างมาขู่คนอื่นเฉยๆ
แค่นั้นจริงๆนะ!!” มันสั่นงกแต่ร่างสูงก็ดูออกว่ามันพูดจริง
แจนบีบไหล่เด็กสาวเบาๆแล้วส่ายหน้า เอเลนถอนใจแล้วผละออก
“แล้วรู้อะไรเกี่ยวกับพวกมันบ้างไหม?”
แจนเอ่ยถามแทนเด็กสาวที่ลุกยืนหันหลังให้
“รีไวล์....”
“หืมม์??”
แจนเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม พร้อมๆกับเอเลนที่หันกลับมา คนที่มีข้อมูลในแฟ้มภารกิจมีอยู่น้อยคนนักแถมยังน้อยรายละเอียด
หนึ่งในมีชื่อนี้อยู่ แต่ไม่มีรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับคนชื่อนี้เลย
ตรงข้ามกับเอลวิน สมิธ และอีกไม่กี่คนที่มีประวัติอยู่อย่างครบถ้วน
“คนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มของเอลวิน
สมิธ เคยเป็นสวะที่อยู่ที่นี่ หมอนั่นแข็งแกร่ง...และร้ายกาจที่สุด...ชื่อของหมอนั่น...คือ
รีไวล์”
………………………………………….
มีบู๊แล้วๆๆ!!!นี่แค่เซิฟๆพอหอมปากหอมคอ >___< กะลังจะได้เจอเฮย์โจววววว!!!!
มีบู๊แล้วๆๆ!!!นี่แค่เซิฟๆพอหอมปากหอมคอ >___< กะลังจะได้เจอเฮย์โจววววว!!!!
เรื่องราวค่อนข้างซับซ้อนซ่อนเงื่อนแลดูปวดตับ(ไม่แพ้อนิเมะเลยทีเดียว) คงต้องมีไซด์สตอรี่ความจริงเมื่อ 15 ปีก่อนด้วย ไม่งั้นงงตาย (แต่คงต้องเป็นตอนที่ทุกอย่างคลี่คลายในระดับหนึ่งล่ะนะ)
ไรต์เตอร์หายตัว!!!//แวบ!!!
ป๋ารีไวล์กำลังจะออกโรงแล้วแหะ ตอนนี้บู๊กระจายแต่กระโปรงฉีกแล้วจะไปเล่นดนตรีไม่มีคนสงสัยหรอ
ReplyDeleteคนมันเยอะไง คนมันเยอะ(ปัดๆๆ ขยำๆๆ//ปาลงถัง) 5555+
Delete