Top secret(Love?)
Attack on titan
Levi X Eren(all eren??)
PG-15(ตามตอน)
คำเตือน!!!ฟิคนี้มีเนื้อหาความรุนแรง เพศ และการใช้ภาษา และมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชายรักชาย!!!! เพราะชาน้านนน ใครไม่ชอบกรุณาหลีลี้หนีให้ไกลค่ะ!!เค้าเตือนแล้วนะ!!!
………………………………………….
12:00
“นายต้องใจเย็นๆนะเอเลน นายรู้ดีใช่มั้ย?ว่าเรามาทำอะไร?” หนุ่มร่างสูงผมสีอ่อนจับไหล่เพื่อนสาวด้วยความเป็นกังวล เขาไม่อยากให้เอเลนทำอะไรเสี่ยงๆโดยไม่จำเป็น แค่พวกข้างถนนยังพอว่าแต่ก็มีหลายครั้งหลายคราวที่สายลับสาวเกือบพลาดท่าเพราะความไม่ยั้งคิดของเธอเอง เอเลนเป็นคนใจร้อน มุทะลุ ทำอะไรไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง แต่ที่เห็นได้ชัดและเป็นข้อดีของเธอก็คือเธอรักพวกพ้องมาก....มากจนยอมเสี่ยงได้แม้ชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยเพื่อนรักของตนเองให้รอดจากเหตุร้าย...เป็นคนที่บ้ามากในสายตาของแจน และยังมีความกล้าที่จะว่ายทวนกระแสความเป็นไปรอบกายเพื่อสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่เธอเชื่อมั่น...จากสายตาที่มองอย่างดูถูกเหยียดหยามในความคิดบ้าๆนั่น มันกลับค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นสายตาที่ชื่นชม....ในความกล้าที่จะเผชิญหน้า จนบางครั้งเขาเองก็แอบอิจฉาอยู่ลึกๆ เพราะเทียบกับเขาแล้ว เขาช่างดูขี้ขลาด พยายามจะหาสถานที่ๆปลอดภัยให้กับตนเอง ช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน...เหมือนอีกฝ่ายจะไม่เคยรับรู้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความกล้าให้กับเขา และให้กับหลายๆคนในบ้านเด็กกำพร้านั่น...
“ชั้นรู้ดีว่าชั้นมาทำอะไร...แจน” มือบางกำแน่น แม้ปากจะบอกออกไปแบบนั้น แต่ในจิตใจมันช่างร้อนรุ่มจนแทบจะลุกเป็นไฟ เอเลนสูดหายใจเข้าออกช้าๆ สองขาหยุดยืนเมื่อเห็นสถานที่เป้าหมายปรากฏอยู่ตรงหน้า ควงตาสีมรกตใต้หน้ากากสีนิลจับจ้องป้ายไฟหรูหราหน้าอาคารหินอ่อนขาว ก่อนจะมองไปยังยามรูปร่างสูงใหญ่สองคนในสูทดำที่ทำหน้าที่กรองคนเข้างาน
“เอาล่ะ...” เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆตามคำแนะนำในการสงบสติอารมณ์ของ ผบ.พิคซิส และค่อยๆผ่อนออก ดวงตาสีมรกตมองไปยังเพื่อนร่วมงานและพยักหน้าให้กัน...
“ทำตามแผน...อย่าได้พลาดเลยเชียว”
“ชั้นต่างหากที่ต้องบอกเธอ ยัยบ้า” แล้วขาทั้งสองคู่ก็ก้าวเดินไปยังจุดหมายเดียวกัน
.
.
.
.
MIRAGE Liberty Casino
“สายแล้วๆๆๆ!!...แฮก...แฮก.....” ภาพของสุภาพสตรีร่างบอบบางวิ่งกระหืดกระหอบมายังทางเข้าทำให้สายตาใต้แว่นดำของชายฉกรรทั้งสองจับจ้องไม่ว่างตา ไม่ใช่เพราะสงสัยอะไรหรอกนะ...แต่เป็นเพราะกระโปรงที่ขาดวิ่นจนเห็นขาอ่อนขาว กับหน้าอกหน้าใจที่กระเพื่อมไปตามแรงวิ่งนั่นตะหาก! ยาม B1 หันไปจ้องตากับ B2 เป็นเชิงถามว่า ‘นายเห็นอย่างที่ชั้นเห็นรึเปล่า B2??’ ซึ่ง B2 ก็พยักหน้ายิ้มๆ ‘ชั้นก็เห็นเหมือนอย่างที่นายเห็นนั่นแหละ B1’ ชวนให้คิดถึงกล้วย(?)...รึอะไรซักอย่าง...ซึ่งว่ากันตามทำนบแล้วตัวร้ายปลายแถวต้องหลงกลนาง(?)เอก แต่กับพวกเขา B1 และ B2 ถูกอบรมมาดีกว่านั้น พวกเขาตีหน้านิ่งขรึมในเสี้ยววิ ใช้สายตาหลังแว่นดำเหลือบมองไปยังร่องอกที่แสนเย้ายวนของร่างที่กำลังก้มลงหอบแฮกๆ ดวงหน้าใต้หน้ากากนั่นคงน้ารักใช่ย่อยเพราะน้ำเสียงกับท่าทางที่ดูแล้วให้ความรู้สึกของสาวน้อยก๋ากั่นใจกล้า กับจมูกรั้นเชิดนิดๆนั่นอีก ยาม B1 เอ่ยถาม
“นักดนตรีสินะ ชื่ออะไรล่ะ แล้วนี่ไปทำอะไรมา?” เขายกแทบเลตที่เต็มไปด้วยรายชื่อแขกรวมถึงนักแสดงและนักดนตรีขึ้นมา นิ้วที่สวมแหวนวงใหญ่ชี้ไปยังชายกระโปรงที่ขาววิ่น แต่แล้วจู่ๆก็มีเด็กหนุ่มหน้าตาดีกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาข้างๆกายของเด็กสาว แล้วพ่อหนุ่มนั่นก็ลูบหลังลูบใหล่ของเด็กสาวอย่างห่วงใย ‘แฟน??’ น่าอิจฉาชะมัด...ว่าแล้วพ่อหนุ่มผมสีอ่อนก็เงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามแทนแฟนสาวที่ดูท่าจะยังหอบอยู่
“แจน กิลชไตน์เนอร์ กับเธอ...เอเลน...เอ่อ...เนลลี ครับ”
“แฟนสาวของนายไปโดนอะไรมาน่ะเจ้าหนุ่ม...อย่าบอกนะว่านาย...”
“ไม่ใช่นะๆ!” แจนบอกปัดยาม B2 อย่างลนลาน หน้าแดงก่ำ เรียกเสียงหัวเราะหึๆของชายร่างใหญ่ทั้งสอง...รวมถึงตัวที่สั่นเพราะพยายามกลั้นหัวเราะของเอเลน เพราะ ณ จุดนี้เขาและเธอต้องถ่วงเวลาไว้ซักครู่ เพื่อให้บางอย่างพร้อม
“แหม...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ!พอดีระหว่างทางเจอพวกโรคจิต...แล้ว...”
“!!!” เด็กสาวกระชากแขนของแจนให้มาแนบชิด เล่นเอาร่างสูงเซถลา
“แจนของฉันเค้าก็ช่วยชั้นเอาไว้น่ะค่ะ!เขาเป็นผู้ชายที่ดีมากกกกก~เลยยย~❤” หนุ่มร่างสูงโปร่งแอบเห็นคิ้วเรียวเข้มกระตุก ทั้งยังเสียง กร็อบ ที่ลั่นมาจากแขนซ้ายที่ถูกรัดแน่นของตนเอง ‘รู้นะว่าประชด’....แต่ก็อดแอบฟินกับหน้าอกนุ่มนิ่มที่แนบกับแขนข้างนั้นไม่ได้...พาลให้เลือดขึ้นไปเลี้ยงหน้ามากกว่าปรกติ ยิ่งชายฉกรรทั้งสองหัวเราะเยาะ ยิ่งทำให้ริ้วแดงๆบนใบหน้ามันเข้มขึ้นกว่าเดิม อย่าให้ถึงทีชั้นบ้างนะเจ้าบ้า!!!!!!!!!!!
“กิลชไตน์เนอร์ กับ เนลลี เดี๋ยวนะๆ!! ไม่มีชื่อพวกเธออยู่ในนี้นี่!?”
“เอ๋!?ได้ยังไงกันคะ!?ขอดูหน่อยได้มั้ยคะ?” B1 ยื่นแทปเลตมาตรงหน้าเด็กสาว เอเลนยิ้ม เธอชี้นิ้วไปบนรายชื่อหนึ่งในนั้น เสียง ปิ้บ ดังขึ้นเบาๆข้างหูของเธอ
“นี่ไงคะๆ!”
“เอ๋!?อ่า...ใช่ๆ”
“งั้นก็เชิญเลย” B2ยิ้มก่อนจะเบี่ยงหลบและผายมือให้กับทั้งสอง
“ขอบคุณครับ/ค่ะ” แจนกับเอเลนเดินเข้างานมาได้แบบชิวๆ ในใจนึกขอบคุณเพื่อนแฮกเกอร์หนุ่มน้อยผมทองอย่างเสียมิได้ ในบรรดาสายลับฝึกหัดรุ่น 104 ก็คงจะมีแต่ “อาร์มิน อัลเรลโต้” นั่นแหละที่มีความสามารถทางเทคนิคและการวางแผนวิเคราะห์ข้อมูลเป็นเลิศ ในขณะที่คนอื่นๆมีแต่พวกไม่ค่อยใช้สมองกันซักเท่าไหร่ เด็กหนุ่มผมสีทองสว่างกับดวงตาสีฟ้าเป็นประกาย เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดหนึ่งในสองคนของเอเลน(แจนถือเป็นคู่ปรับ) ถ้าไม่ติดว่าอาร์มินตัวเล็กบอบบางแถมยังด้อยพลังกายเอเลนก็อยากเลือกที่จะจับคู่ในภารกิจนี้มากกว่าที่จะต้องคู่กับเจ้าม้าปากเสียอย่างแจน...
โถงทางเดินสูงที่มีเพดานโค้งเว้าขึ้นไปสะท้อนแสงของโคมไฟสีส้มจนอาบย้อมให้กลายเป็นสีงาช้างดูอบอุ่นนุ่มนวลผิดกับบรรยากาศข้างนอก หรูหรา ฟู่ฟ่า ระหว่างทางก็เดินสวนกับผู้คนในหลายๆระดับ มีทั้งนักธุรกิจ หรือไม่ก็พวกมหาเศรษฐี...เอเลนแสนจะสงสัยว่าพวกคนรวยที่มีทั้งเงินและอำนาจ มีเวลาว่างขนาดเข้าบ่อนผลาญเงินตัวเองไปวันๆไม่คิดจะเอาเวลาและสินทรัพย์เหล่านั้นไปช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าบ้างเลยรึไงกัน?....พอคิดแล้วก็รู้สึกฉุนขึ้นมา ขาเรียวก้าวฉับๆจนสายตามองเห็นแสงสว่างจ้าของแชงเดลเรียแสนอลังกาลกลางโถงกว้าง...โถงนั้นมีลักษณะเป็นวงกลม มีบันไดเวียนขึ้นไปยังชั้นสองที่เป็นระเบียงกว้างที่สามารถมองลงมาข้างล่างได้ ใจกลางเป็นบาร์วงกลมขนาดใหญ่ที่มีบาร์เทนเดอร์คอยให้บริการอยู่
ทุกคนในงานล้วนสวมหน้ากากปิดบังเสี้ยวหน้าของตนเองซึ่งจากการสันนิฐานของอาร์มินที่เขียนในเอกสารคาดว่าเพราะต้องการปิดบังตัวตนของกลุ่มปีกเสรีภาพนั่นเอง...ในโถงโอ่อ่านั้นมีเครื่องมือการพนันถูกวางไว้ในหลายๆจุด ขณะที่บางจุดเป็นมุมสนทนาเล็กๆหรือไม่ก็โต๊ะเล่นหมากรุกและโต๊ะเกมกระดานรูปแบบต่างๆ
ฟุดฟิด ฟุดฟิด...
“เฮ้ย!” เอเลนตกในจนแทบผงะเมื่อชายที่ยืนต้อนรับตรงปลายโถงทางเดินยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จนเกือบจะถองศอกเข้าใส่ตามสัญชาตญาณ
ชายวัยกลางคนผมสีน้ำตาลทองกับหนวดเคราบางๆบนริมฝีปากและปลายคาง ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากเช่นเดียวกับเธอและคนอื่นๆ ดวงตาหรี่ปรือมองมาที่เธอและแจนด้วยท่าทีสุขุม
“อืม...นักดนตรีสินะ โทดทีๆ นี่...บัตรแนะนำและเป็นส่วนลดค่าบาร์ ขอให้สนุกกับงานนะ” เอเลนกับแจนรับบัตรมา สายตากวาดหาเป้าหมายลำดับถัดไปหรือก็คือ “คนที่พอปอกลอกข้อมูลได้” แล้วเรื่องดนตรี?? การแสดงในงานเป็นแบบสับเปลี่ยนวงกันเล่นไปเรื่อยๆตามเวลาเหมือนๆกับงานทั่วๆไป และเพราะชุดของหลายๆวงนั้นค่อนข้างเหมือนๆกันทั้งหมด แค่พวกเธอจะเนียนเป็นพวกที่แสดงเสร็จแล้วไปเตร่อยู่แถวๆนี้ก็ไม่ได้แปลกอะไร...แต่งานนี้สถานะของเธอมันแค่ชั่วคราว มือบางในถุงมือสั้นสีดำถอดกระเป๋าเครื่องดนตรีของตนเองออก หยิบขนมิงค์ขึ้นมาคล้องและส่งกระเป๋านั่นให้แจน เดิมทีที่ยกมาก็เอาไว้เพื่อป้องกันเรื่องไม่คาดคิดขึ้นมาเท่านั้นและเอาไว้เผื่อกรุยทางหนี แต่ถ้าไม่ได้ใช้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แจนยกมันขึ้นพาดบ่าอีกข้างแล้วยกมือขึ้นมาแตะที่หูของตน
“คอยฟังชั้นให้ดีนะเฟ้ย แล้วอย่าหาเรื่องไปอัดใครเป็น-อัน-ขาด เข้าใจใช่มั้ย?”
“อย่างแกไม่ต้องมาสอนชั้นหรอกว่ะแจน” สายลับสาวส่งสายตาเคืองๆมาให้ เครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กในหูถูกเปิดใช้ ก่อนที่ทั้งสองร่างจะแยกกันไปคนล่ะทาง โดยที่ไม่รู้ตัวว่าสายตาของพนักงานต้อนรับคนนั้นมองตามเด็กสาวไปอย่างไม่วางตา ร่างสูงในสูทสีน้ำตาลอ่อนก้าวจากจุดประจำการ ขึ้นบันไดตรงไปยังหนึ่งในห้องที่อยู่บนชั้นสอง มือในถุงมือสีขาวสะอาดเคาะประตูพอเป็นพิธีแล้วเปิดประตูไม้บานใหญ่นั่นเข้าไป...
“มีอะไรรึ มิเกะ?” เอลวิน สมิธ กับฮันชี่ โซเอะ ในมือถือไพ่ที่กำลังเล่นฆ่าเวลา อีกกลุ่ม 4 คนบนโต๊ะข้างๆกำลังล้างไพ่บนโต๊ะด้วยท่าทีสบายๆ หนึ่งสาวผมสีแสดประกาย กับอีกสามหนุ่มที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกัน และอีกคนหนึ่งซึ่งขาดไม่ได้ ร่างสันทัดนั่งอยู่ระหว่างสองโต๊ะนั่น บุหรี่ในมือถูกจุดคาบไว้ในปาก รีไวล์เพียงปรายตามองผู้ที่มาใหม่
“เจอตัวแล้ว มากันสองคน เป็นเด็ก...อายุไม่น่าจะถึง 20 แต่เด็กสาวมีกลิ่นแปลกๆ”
“เรื่องกลิ่นน่ะช่างมันเถอะน่ามิเกะ เมื่อกี้นายบอกว่าเด็กสาวหรอ!?น่ารักมั้ย!?มีกล้ามป่ะ!?แล้...”
โป้ก!!!!
เสียงหัวของนักวิจัยสาวประจำกลุ่มทิ่มลงกับโต๊ะด้วยสันมือของร่างสันทัดที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เอลวินพูดเข้าเรื่อง
“นายช่วยชี้ตัวให้รีไวล์ด้วยนะ มิเกะ แล้วนาย....รีไวล์ พากลุ่มของนายไปทำงานซะ แล้วก็อย่าลืมด้วยว่านายต้องทำยังไง ถ้านายไม่อยากทำก็ไปหาเหล้าแรงๆมาดื่มซะ”
“ชิส์.../ครับ!/ค่ะ!”
..................................................................................................
น้อย??อ่ะนะ เค้าขอโต้ดดดด!!มีคนถามด้วยว่าไรต์เคยเขียนมาก่อนรึเปล่า ก็..เคยค่ะ สำนวนหม่นๆหมองๆกว่านี้เยอะเลยด้วย ออกไปทางวิชาการเพราะเป็นฟิคนิยายวิทยาศาสตร์ และก็เคยโดนหม้อไหกะละมังออกบ่อยไป5555+ เคยโหดร้ายที่ตัดจบตอนอย่างค้างงง แต่ตอนนี้จะพยายามซอฟๆตัวเองลงมาบ้าง อยากอัพแบบมีมาตรฐาน แต่ก็นั่นแหละเวลามันไม่ค่อยอำนวย
ขี้เกียจเวิ่นละ - - แฮ่ๆ ขอโดดไปทำงานต่อล่ะนะค้าาาาา!!!