18 October 2013

Fanart Attack on titan AU.Fic [Elen Jeager Female.]

3 วันกว่าจะเสร็จ//นอนสลบไสล...(ที่จริงถ้าไม่โอ้เอ้2วันก็เสร็จนะยัยบื้อ) 
เอเลน เวอร์หญิงในแบบของข้าน้อยคราวนี้ไม่ดูเป็นกระเทยแล้วสินะ(ฮา)
เป็นเวอร์ชั่นสายลับสาวประกอบฟิค TopSecret[LOVE?] นั่นเอง(รู้สึกจะขยันวาดมากกว่าขยันอัพฟิคนะยะ) อ่า...ก็ใช่


รู้สึกเซ็กซี่....=,.=......(5555555+)
ถ้าปิดเลเยอร์เสื้อออกก็.....อะนะเหอๆๆๆ//อุ้ปส์!!!เลือดกำเดา
เวอร์ชั่นปีกเสรี แหม่.....ดูท่าชั้นเป็นเอเลนลิซึมแหงๆ คิดถึงแต่เอเลน =_____=
ยังอยู่ในขั้นฝึกฝน ดีร้ายประการใดก็ Comment กันมาได้เน้อ คนใกล้ตัวเห็นไม่เคยติชม(คงชิน) เลยไม่รู้ว่าดีรึยัง

อยากวาดเฮย์โจววววววว!!(แฮ่ก...แฮ่ก...กล้ามเนื้อๆๆ =,.=)แต่เสียวหลัง เพราะคอมตั้งอยู่ห้องรับแขก จะวาดจะเขียนอะไร 18+ ก็ไม่ได้เพราะตัวเองยังไม่ถึง 18 กร๊ากกกกกกกกกกกก 555555+//หัวเราะน้ำตาไหลพรากกกก 
ขอบคุณทุกท่านที่หลงเข้ามาดูนะคะ ส่วนเรื่องฟิค....เอิ่ม...ดูออกไหมว่าที่จริงแล้วข้าน้อยยุ่ง(ทำตัวเหมือนว่างซะไม่มี//โดนเหล่าเพื่อนร่วมห้องกระทืบจมดิน)

ปล.อยากถามอะไรรึอยากรีเควสให้วาดอะไรก็บอกได้นะ เราไม่โดดไปฟัดหรอกแหม่.....แค่กัด//ไม่ใช่และๆ555555+

06 October 2013

Fanart Attack on titan[ErenArchitect ver.color]

ไม่มีอะไรมาก แค่อ้างว้างแล้วอยากหาอะไรอย่างอื่นทำ เลยลงสีมันแม่มเบยย-*-
 โซฟาทรมาณจิตใจมาก ลงสีแบบฮาร์ดคอร์เกินไป 55555+

งานจริงยังไม่เสร็จซักทีเหอๆๆคงต้องรอไปอีกยาวๆ

29 September 2013

[fic attack on titan]Top Secret(LOVE?)[Levi X Eren] Files 04#

Top secret(Love?)
Attack on titan
Levi X Eren(all eren??)
PG-15(ตามตอน)
คำเตือน!!!ฟิคนี้มีเนื้อหาความรุนแรง เพศ และการใช้ภาษา และมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชายรักชาย!!!! เพราะชาน้านนน ใครไม่ชอบกรุณาหลีลี้หนีให้ไกลค่ะ!!เค้าเตือนแล้วนะ!!!
………………………………………….
12:00
“นายต้องใจเย็นๆนะเอเลน นายรู้ดีใช่มั้ย?ว่าเรามาทำอะไร?” หนุ่มร่างสูงผมสีอ่อนจับไหล่เพื่อนสาวด้วยความเป็นกังวล เขาไม่อยากให้เอเลนทำอะไรเสี่ยงๆโดยไม่จำเป็น แค่พวกข้างถนนยังพอว่าแต่ก็มีหลายครั้งหลายคราวที่สายลับสาวเกือบพลาดท่าเพราะความไม่ยั้งคิดของเธอเอง เอเลนเป็นคนใจร้อน มุทะลุ ทำอะไรไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง แต่ที่เห็นได้ชัดและเป็นข้อดีของเธอก็คือเธอรักพวกพ้องมาก....มากจนยอมเสี่ยงได้แม้ชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยเพื่อนรักของตนเองให้รอดจากเหตุร้าย...เป็นคนที่บ้ามากในสายตาของแจน และยังมีความกล้าที่จะว่ายทวนกระแสความเป็นไปรอบกายเพื่อสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่เธอเชื่อมั่น...จากสายตาที่มองอย่างดูถูกเหยียดหยามในความคิดบ้าๆนั่น มันกลับค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นสายตาที่ชื่นชม....ในความกล้าที่จะเผชิญหน้า จนบางครั้งเขาเองก็แอบอิจฉาอยู่ลึกๆ เพราะเทียบกับเขาแล้ว เขาช่างดูขี้ขลาด พยายามจะหาสถานที่ๆปลอดภัยให้กับตนเอง ช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน...เหมือนอีกฝ่ายจะไม่เคยรับรู้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความกล้าให้กับเขา และให้กับหลายๆคนในบ้านเด็กกำพร้านั่น...
“ชั้นรู้ดีว่าชั้นมาทำอะไร...แจน” มือบางกำแน่น แม้ปากจะบอกออกไปแบบนั้น แต่ในจิตใจมันช่างร้อนรุ่มจนแทบจะลุกเป็นไฟ เอเลนสูดหายใจเข้าออกช้าๆ สองขาหยุดยืนเมื่อเห็นสถานที่เป้าหมายปรากฏอยู่ตรงหน้า ควงตาสีมรกตใต้หน้ากากสีนิลจับจ้องป้ายไฟหรูหราหน้าอาคารหินอ่อนขาว ก่อนจะมองไปยังยามรูปร่างสูงใหญ่สองคนในสูทดำที่ทำหน้าที่กรองคนเข้างาน
“เอาล่ะ...” เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆตามคำแนะนำในการสงบสติอารมณ์ของ ผบ.พิคซิส และค่อยๆผ่อนออก ดวงตาสีมรกตมองไปยังเพื่อนร่วมงานและพยักหน้าให้กัน...
“ทำตามแผน...อย่าได้พลาดเลยเชียว”
“ชั้นต่างหากที่ต้องบอกเธอ ยัยบ้า” แล้วขาทั้งสองคู่ก็ก้าวเดินไปยังจุดหมายเดียวกัน
.
.
.
.

MIRAGE Liberty Casino
“สายแล้วๆๆๆ!!...แฮก...แฮก.....” ภาพของสุภาพสตรีร่างบอบบางวิ่งกระหืดกระหอบมายังทางเข้าทำให้สายตาใต้แว่นดำของชายฉกรรทั้งสองจับจ้องไม่ว่างตา ไม่ใช่เพราะสงสัยอะไรหรอกนะ...แต่เป็นเพราะกระโปรงที่ขาดวิ่นจนเห็นขาอ่อนขาว กับหน้าอกหน้าใจที่กระเพื่อมไปตามแรงวิ่งนั่นตะหาก! ยาม B1 หันไปจ้องตากับ B2 เป็นเชิงถามว่า ‘นายเห็นอย่างที่ชั้นเห็นรึเปล่า B2??’ ซึ่ง B2 ก็พยักหน้ายิ้มๆ ‘ชั้นก็เห็นเหมือนอย่างที่นายเห็นนั่นแหละ B1’ ชวนให้คิดถึงกล้วย(?)...รึอะไรซักอย่าง...ซึ่งว่ากันตามทำนบแล้วตัวร้ายปลายแถวต้องหลงกลนาง(?)เอก แต่กับพวกเขา B1 และ B2 ถูกอบรมมาดีกว่านั้น พวกเขาตีหน้านิ่งขรึมในเสี้ยววิ ใช้สายตาหลังแว่นดำเหลือบมองไปยังร่องอกที่แสนเย้ายวนของร่างที่กำลังก้มลงหอบแฮกๆ ดวงหน้าใต้หน้ากากนั่นคงน้ารักใช่ย่อยเพราะน้ำเสียงกับท่าทางที่ดูแล้วให้ความรู้สึกของสาวน้อยก๋ากั่นใจกล้า กับจมูกรั้นเชิดนิดๆนั่นอีก ยาม B1 เอ่ยถาม
“นักดนตรีสินะ ชื่ออะไรล่ะ แล้วนี่ไปทำอะไรมา?” เขายกแทบเลตที่เต็มไปด้วยรายชื่อแขกรวมถึงนักแสดงและนักดนตรีขึ้นมา นิ้วที่สวมแหวนวงใหญ่ชี้ไปยังชายกระโปรงที่ขาววิ่น แต่แล้วจู่ๆก็มีเด็กหนุ่มหน้าตาดีกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาข้างๆกายของเด็กสาว แล้วพ่อหนุ่มนั่นก็ลูบหลังลูบใหล่ของเด็กสาวอย่างห่วงใย ‘แฟน??’ น่าอิจฉาชะมัด...ว่าแล้วพ่อหนุ่มผมสีอ่อนก็เงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามแทนแฟนสาวที่ดูท่าจะยังหอบอยู่
“แจน กิลชไตน์เนอร์ กับเธอ...เอเลน...เอ่อ...เนลลี ครับ”
“แฟนสาวของนายไปโดนอะไรมาน่ะเจ้าหนุ่ม...อย่าบอกนะว่านาย...”
“ไม่ใช่นะๆ!” แจนบอกปัดยาม B2 อย่างลนลาน หน้าแดงก่ำ เรียกเสียงหัวเราะหึๆของชายร่างใหญ่ทั้งสอง...รวมถึงตัวที่สั่นเพราะพยายามกลั้นหัวเราะของเอเลน เพราะ ณ จุดนี้เขาและเธอต้องถ่วงเวลาไว้ซักครู่ เพื่อให้บางอย่างพร้อม
“แหม...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ!พอดีระหว่างทางเจอพวกโรคจิต...แล้ว...”
“!!!” เด็กสาวกระชากแขนของแจนให้มาแนบชิด เล่นเอาร่างสูงเซถลา
“แจนของฉันเค้าก็ช่วยชั้นเอาไว้น่ะค่ะ!เขาเป็นผู้ชายที่ดีมากกกกก~เลยยย~❤” หนุ่มร่างสูงโปร่งแอบเห็นคิ้วเรียวเข้มกระตุก ทั้งยังเสียง กร็อบ ที่ลั่นมาจากแขนซ้ายที่ถูกรัดแน่นของตนเอง ‘รู้นะว่าประชด’....แต่ก็อดแอบฟินกับหน้าอกนุ่มนิ่มที่แนบกับแขนข้างนั้นไม่ได้...พาลให้เลือดขึ้นไปเลี้ยงหน้ามากกว่าปรกติ ยิ่งชายฉกรรทั้งสองหัวเราะเยาะ ยิ่งทำให้ริ้วแดงๆบนใบหน้ามันเข้มขึ้นกว่าเดิม อย่าให้ถึงทีชั้นบ้างนะเจ้าบ้า!!!!!!!!!!!
 “กิลชไตน์เนอร์ กับ เนลลี เดี๋ยวนะๆ!! ไม่มีชื่อพวกเธออยู่ในนี้นี่!?”
“เอ๋!?ได้ยังไงกันคะ!?ขอดูหน่อยได้มั้ยคะ?” B1 ยื่นแทปเลตมาตรงหน้าเด็กสาว เอเลนยิ้ม เธอชี้นิ้วไปบนรายชื่อหนึ่งในนั้น เสียง ปิ้บ ดังขึ้นเบาๆข้างหูของเธอ
“นี่ไงคะๆ!”
“เอ๋!?อ่า...ใช่ๆ”
“งั้นก็เชิญเลย” B2ยิ้มก่อนจะเบี่ยงหลบและผายมือให้กับทั้งสอง
“ขอบคุณครับ/ค่ะ” แจนกับเอเลนเดินเข้างานมาได้แบบชิวๆ ในใจนึกขอบคุณเพื่อนแฮกเกอร์หนุ่มน้อยผมทองอย่างเสียมิได้ ในบรรดาสายลับฝึกหัดรุ่น 104 ก็คงจะมีแต่ “อาร์มิน อัลเรลโต้” นั่นแหละที่มีความสามารถทางเทคนิคและการวางแผนวิเคราะห์ข้อมูลเป็นเลิศ ในขณะที่คนอื่นๆมีแต่พวกไม่ค่อยใช้สมองกันซักเท่าไหร่ เด็กหนุ่มผมสีทองสว่างกับดวงตาสีฟ้าเป็นประกาย เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดหนึ่งในสองคนของเอเลน(แจนถือเป็นคู่ปรับ) ถ้าไม่ติดว่าอาร์มินตัวเล็กบอบบางแถมยังด้อยพลังกายเอเลนก็อยากเลือกที่จะจับคู่ในภารกิจนี้มากกว่าที่จะต้องคู่กับเจ้าม้าปากเสียอย่างแจน...
โถงทางเดินสูงที่มีเพดานโค้งเว้าขึ้นไปสะท้อนแสงของโคมไฟสีส้มจนอาบย้อมให้กลายเป็นสีงาช้างดูอบอุ่นนุ่มนวลผิดกับบรรยากาศข้างนอก หรูหรา ฟู่ฟ่า ระหว่างทางก็เดินสวนกับผู้คนในหลายๆระดับ มีทั้งนักธุรกิจ หรือไม่ก็พวกมหาเศรษฐี...เอเลนแสนจะสงสัยว่าพวกคนรวยที่มีทั้งเงินและอำนาจ มีเวลาว่างขนาดเข้าบ่อนผลาญเงินตัวเองไปวันๆไม่คิดจะเอาเวลาและสินทรัพย์เหล่านั้นไปช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าบ้างเลยรึไงกัน?....พอคิดแล้วก็รู้สึกฉุนขึ้นมา ขาเรียวก้าวฉับๆจนสายตามองเห็นแสงสว่างจ้าของแชงเดลเรียแสนอลังกาลกลางโถงกว้าง...โถงนั้นมีลักษณะเป็นวงกลม มีบันไดเวียนขึ้นไปยังชั้นสองที่เป็นระเบียงกว้างที่สามารถมองลงมาข้างล่างได้ ใจกลางเป็นบาร์วงกลมขนาดใหญ่ที่มีบาร์เทนเดอร์คอยให้บริการอยู่
ทุกคนในงานล้วนสวมหน้ากากปิดบังเสี้ยวหน้าของตนเองซึ่งจากการสันนิฐานของอาร์มินที่เขียนในเอกสารคาดว่าเพราะต้องการปิดบังตัวตนของกลุ่มปีกเสรีภาพนั่นเอง...ในโถงโอ่อ่านั้นมีเครื่องมือการพนันถูกวางไว้ในหลายๆจุด ขณะที่บางจุดเป็นมุมสนทนาเล็กๆหรือไม่ก็โต๊ะเล่นหมากรุกและโต๊ะเกมกระดานรูปแบบต่างๆ
ฟุดฟิด ฟุดฟิด...
“เฮ้ย!” เอเลนตกในจนแทบผงะเมื่อชายที่ยืนต้อนรับตรงปลายโถงทางเดินยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จนเกือบจะถองศอกเข้าใส่ตามสัญชาตญาณ
ชายวัยกลางคนผมสีน้ำตาลทองกับหนวดเคราบางๆบนริมฝีปากและปลายคาง ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากเช่นเดียวกับเธอและคนอื่นๆ ดวงตาหรี่ปรือมองมาที่เธอและแจนด้วยท่าทีสุขุม
“อืม...นักดนตรีสินะ โทดทีๆ นี่...บัตรแนะนำและเป็นส่วนลดค่าบาร์ ขอให้สนุกกับงานนะ” เอเลนกับแจนรับบัตรมา สายตากวาดหาเป้าหมายลำดับถัดไปหรือก็คือ “คนที่พอปอกลอกข้อมูลได้” แล้วเรื่องดนตรี?? การแสดงในงานเป็นแบบสับเปลี่ยนวงกันเล่นไปเรื่อยๆตามเวลาเหมือนๆกับงานทั่วๆไป และเพราะชุดของหลายๆวงนั้นค่อนข้างเหมือนๆกันทั้งหมด แค่พวกเธอจะเนียนเป็นพวกที่แสดงเสร็จแล้วไปเตร่อยู่แถวๆนี้ก็ไม่ได้แปลกอะไร...แต่งานนี้สถานะของเธอมันแค่ชั่วคราว มือบางในถุงมือสั้นสีดำถอดกระเป๋าเครื่องดนตรีของตนเองออก หยิบขนมิงค์ขึ้นมาคล้องและส่งกระเป๋านั่นให้แจน เดิมทีที่ยกมาก็เอาไว้เพื่อป้องกันเรื่องไม่คาดคิดขึ้นมาเท่านั้นและเอาไว้เผื่อกรุยทางหนี แต่ถ้าไม่ได้ใช้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แจนยกมันขึ้นพาดบ่าอีกข้างแล้วยกมือขึ้นมาแตะที่หูของตน
“คอยฟังชั้นให้ดีนะเฟ้ย แล้วอย่าหาเรื่องไปอัดใครเป็น-อัน-ขาด เข้าใจใช่มั้ย?”
“อย่างแกไม่ต้องมาสอนชั้นหรอกว่ะแจน” สายลับสาวส่งสายตาเคืองๆมาให้ เครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กในหูถูกเปิดใช้ ก่อนที่ทั้งสองร่างจะแยกกันไปคนล่ะทาง โดยที่ไม่รู้ตัวว่าสายตาของพนักงานต้อนรับคนนั้นมองตามเด็กสาวไปอย่างไม่วางตา ร่างสูงในสูทสีน้ำตาลอ่อนก้าวจากจุดประจำการ ขึ้นบันไดตรงไปยังหนึ่งในห้องที่อยู่บนชั้นสอง มือในถุงมือสีขาวสะอาดเคาะประตูพอเป็นพิธีแล้วเปิดประตูไม้บานใหญ่นั่นเข้าไป...
“มีอะไรรึ มิเกะ?” เอลวิน สมิธ กับฮันชี่ โซเอะ ในมือถือไพ่ที่กำลังเล่นฆ่าเวลา อีกกลุ่ม 4 คนบนโต๊ะข้างๆกำลังล้างไพ่บนโต๊ะด้วยท่าทีสบายๆ หนึ่งสาวผมสีแสดประกาย กับอีกสามหนุ่มที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกัน และอีกคนหนึ่งซึ่งขาดไม่ได้ ร่างสันทัดนั่งอยู่ระหว่างสองโต๊ะนั่น บุหรี่ในมือถูกจุดคาบไว้ในปาก รีไวล์เพียงปรายตามองผู้ที่มาใหม่
“เจอตัวแล้ว มากันสองคน เป็นเด็ก...อายุไม่น่าจะถึง 20 แต่เด็กสาวมีกลิ่นแปลกๆ”
“เรื่องกลิ่นน่ะช่างมันเถอะน่ามิเกะ เมื่อกี้นายบอกว่าเด็กสาวหรอ!?น่ารักมั้ย!?มีกล้ามป่ะ!?แล้...”
โป้ก!!!!
เสียงหัวของนักวิจัยสาวประจำกลุ่มทิ่มลงกับโต๊ะด้วยสันมือของร่างสันทัดที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เอลวินพูดเข้าเรื่อง
“นายช่วยชี้ตัวให้รีไวล์ด้วยนะ มิเกะ แล้วนาย....รีไวล์ พากลุ่มของนายไปทำงานซะ แล้วก็อย่าลืมด้วยว่านายต้องทำยังไง ถ้านายไม่อยากทำก็ไปหาเหล้าแรงๆมาดื่มซะ”
“ชิส์.../ครับ!/ค่ะ!”
..................................................................................................
น้อย??อ่ะนะ เค้าขอโต้ดดดด!!มีคนถามด้วยว่าไรต์เคยเขียนมาก่อนรึเปล่า ก็..เคยค่ะ สำนวนหม่นๆหมองๆกว่านี้เยอะเลยด้วย ออกไปทางวิชาการเพราะเป็นฟิคนิยายวิทยาศาสตร์ และก็เคยโดนหม้อไหกะละมังออกบ่อยไป5555+ เคยโหดร้ายที่ตัดจบตอนอย่างค้างงง แต่ตอนนี้จะพยายามซอฟๆตัวเองลงมาบ้าง อยากอัพแบบมีมาตรฐาน แต่ก็นั่นแหละเวลามันไม่ค่อยอำนวย
ขี้เกียจเวิ่นละ - - แฮ่ๆ ขอโดดไปทำงานต่อล่ะนะค้าาาาา!!!

27 September 2013

Fanart attack on titan Elen(Architect)

Fanart Attack on titan Elen  Architect จากฟิค ในห้อง...ที่แสงส่องไม่ถึง ของคุณกวางเจ้าค่ะ
http://waketsu.blogspot.com/2013/06/attack-on-titan-au-sfic-levi-x-eren-01.html - - ไม่ได้เอาลงบล็อคตัวเอง เหอๆๆ
 ลองเอามาลงสีเล่นนิดนึง แล้วก็พบว่า
.
.
.

.
.

.
.
.
.

รู้สึกผิดมาก!!!!

อย่าลงสีอีกนะยัยเจมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!! รู้สึกอนาถจิตเล็กๆ T_____T เหมือนความโมเอะมันหายไปเพราะลงสีแบบเบาๆไม่ค่อยเป็นได้แต่เน้นกึ่งเหมือนจริง ไปเก็บรูป F1 กะ เฟอร์รารี่ต่อซะไป๊!!!!
เอ....ฉากจบของทรานส์ฟอร์มเมอร์ ภาคหนึ่งมันเป็นยังไงนะ???(ใบ้คำแล้ววิ่งหนี!!!!!)

24 September 2013

[fic attack on titan]Top Secret(LOVE?)[Levi X Eren] Files 03#


Top secret(Love?)
Attack on titan
Levi X Eren(all eren??)
PG-15(ตามตอน)
คำเตือน!!!ฟิคนี้มีเนื้อหาความรุนแรง เพศ และการใช้ภาษา และมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชายรักชาย!!!! เพราะชาน้านนน ใครไม่ชอบกรุณาหลีลี้หนีให้ไกลค่ะ!!เค้าเตือนแล้วนะ!!!
............................................................
ตัวอักษรยั้วเยี้ย เย่ๆ//ปวดตาาาาาาาาา!!! เอลวินโผล่ สาวกป๋าจะตรบตรูมั้ย?? ไม่รู้ล่ะๆ รู้สึกเหมือนสำนวนการเขียนจะเริ่มกลับมาเป็นปกติ หลักฐานคือ...เวิ่นเว้อ!!!!5555+(บรรยายโวหาร+พรรณณาโวหารตะหาก!) แล้วยังงี้เมื่อไหร่จะจบภารกิจแรกฟระ!? WTH!!!!  เดี๋ยวสลับ เวิ่นฟิค-ทำCG ดีก่า แฮ่ๆๆ
.............................................................
11:30
ลีมูซีนสีดำขลับเงาวับสะท้อนภาพรอบข้างที่เต็มไปด้วยแสงสีตระการตา ความเร็วที่ไม่ได้เร็วมากแต่ก็ไม่ได้ช้าทำให้ดูน่าเกรงขามคล้ายกับเสือดาวรัตติกาลที่ทะยานผ่านย่านกลางคืนของเมืองแห่งการพนันและแสงไฟยามค่ำคืน ในรถที่ติดฟิล์มสีทึบ เสียงเพลงที่เคล้าคลอเบาๆชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย....แต่อย่างน้อยก็ดูเหมือนจะมีอยู่คนนึงในนั้นที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่แทบทุกวินาที...

“ไม่เอาน่า รีไวล์!!! นี่มันงานฉลองนะไม่ใช่ภารกิจไล่ฆ่าลูกกระจ็อกของทางการ พักผ่อนน่ะพักผ่อน นายเข้าใจมั้ยเนี่ย!!?
เสียงจิ๊ปากเบาๆดังขึ้น เพราะคนที่นั่งข้างๆคอยแต่ยุกยิกๆกวนใจมาตั้งแต่สามสิบนาทีก่อน ดูเหมือนยัยแว่นโรคจิตที่ถูกขนานนามจะชอบอกชอบใจกับพวกแสงสีน่ารำคาญนี่เป็นพิเศษ...ถึงจะเป็นงานฉลองก็เถอะ แต่เขาไม่คิดเลยว่าเจ้าของงานจะจัดขึ้นมาจริงๆ ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ชอบอะไรที่มันเกะกะตาซักเท่าไหร่ ยิ่งพวกสวะตามตรอกซอกซอยที่ชอบอวดเก่ง ทั้งเหม็นเหล้า ทั้งสกปรก...ร่างเล็กสันทัดเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม หมวกสีขาวที่ควรจะอยู่บนหัวสีทองสว่างวางไว้ข้างๆกาย ร่างสูงใหญ่บึกบึนอย่างทหารหาญก้มหน้ามองอ่านเอกสารไปพลาง พูดคุยกับคนที่อยู่ข้างๆไปพลาง เอลวิน สมิธ หยิบเอกสารส่งไปให้ชายหนุ่มอีกคน ถุงมือสีขาวสะอาดเข้ากับชุดสูทผู้ดีสีขาว มือหนาขยับหน้ากากสีขาวให้เข้าที่...

“ใกล้ถึงแล้วสินะ มิเกะ อ้อ!ฮันชี่ หน้ากากนี่ดูเป็นไงมั่ง?

“เจ๋งเป้งไปเลย เอลวิน!!! เข้ากับบทตัวร้ายแสนไฮโซสุดๆไปเลย นี่ถ้ามีผ้าพาดไหล่ซักหน่อยนะ ชั้นว่าคงเจ๋งพิลึก!!
หนุ่มใหญ่หัวเราะในลำคอเบาๆอย่างไม่ถือสาหาความตามสุภาษิต “อย่าถือคนบ้า” แล้วหันหน้าไปมองอีกคนที่สร้างบรรยากาศชวนอึดอัดในรถที่ควรจะเย็นสบายให้น่าขนลุกนิดๆ ขนาดมีเพลงคลอแล้วนะ เอลวินถอนหายใจเบาๆกับลูกน้องที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม แต่ทว่าเกลียดความยุ่งเหยิงวุ่นวาย(และความสกปรก)เป็นที่สุด มือใหญ่โยนเอกสารในมือไปให้อีกคน...รีไวล์รับไว้แล้วเปิดดูผ่านๆ

“ชั้นคิดว่านายควรเตรียมพร้อมถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นนะรีไวล์ ถึงชั้นต้องการจะให้มันเกิดขึ้นอยู่แล้วก็เถอะ เพราะยังไงนายก็ไม่มีอะไรให้เสี่ยง แล้วถ้าเป็นนาย....บางทีเราอาจจะได้อะไรมากกว่าที่คิดเยอะ”
ดวงตาสีเทาหม่นใต้หน้ากากสีนิลนิ่งสงบ ก่อนจะโยนเอกสารคืนให้กับผู้ช่วยของอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือในถุงมือสีขาวยกหมวกขึ้นสวม บทสนทนาแฝงความหมายที่เข้าใจเพียงเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนในรถลีมูซีนคนหรูนั้นยิ้มบางๆ เว้นแต่คนที่ยิ้มยาก แต่เขาก็รู้ดีว่าร่างสันทัดนั้นก็คงยิ้มเยาะอยู่ในใจบ้างเหมือนกัน
“อย่างน้อยๆพวกนั้นก็ดมกลิ่นหาข่าวสารเก่งไม่เลว...แม้จะไม่เท่ามิเกะก็เถอะ” หนุ่มใหญ่หัวเราะในลำคอเบาๆเย้ยหยันไปในตัว ฮันชี่ โซเอะ ขยับยิ้มรับ พร้อมกับเสียง “หึ” ของร่างสันทัดที่ยกหมวกสีดำประดับขนนกสีน้ำเงินขึ้นมา พอดีกับรถที่ค่อยๆชะลอความเร็วลง....หนึ่งคือยอดผู้บัญชาการ หนึ่งคือบุรุษผู้แข็งแกร่ง หนึ่งคือต้นหนนักล่าข่าวสารจมูกไว และอีกหนึ่ง...อัฉริยะไม่เต็มเต็ง...ตัวแสดงหลักของกลุ่ม “ปีกแห่งเสรีภาพ” ออกโรงแล้ว!!!!
..................................
เวลาเดียวกัน อีกมุมหนึ่งของถนนที่เต็มไปด้วยแสงไฟ....
เสียงบ่นพึมพำไม่หยุดของสาวร่างสูงเพรียวขับให้คนเดินข้างๆยกมือข้างหนึ่งขึ้นอุดหู เอเลน เยเกอร์ ต้องเดินย่ำเท้าบนพื้นหินขรุขระ ใจนึกอยากถอดรองเท้าวิ่งไปใจแทบขาด ติดอยู่ที่ฐานะของสุภาพสตรีมันค้ำคอ มือที่สวมถุงมือข้างหนึ่งแบกกระเป๋าขนาดใหญ่ไว้ข้างหลังที่ดูก็รู้ทันทีว่าเป็นเครื่องดนตรีขนาดใหญ่พอตัวที่เรียกว่า “เชลโล” กับ แจน กิลชไตน์ ที่แบกเครื่องดนตรีชนิดเดียวกันแต่เล็กกว่าไว้ข้างหลัง
“เข้าใจคิดชะมัด เพราะงี้เลยต้องมาย่ำต๊อกแบบนี้เนี่ยนะ!?แล้วไหงผู้ชายอย่างนายถึงแบกแค่ไวโอลินล่ะฟระ!!?
เสียงที่ตอนนี้กลายเป็นเสียงของผู้หญิงขึ้นแหลมสูงอย่างขัดใจ เอเลนบ่นกระปอดกระแปดมาได้ซักสิบนาทีแล้วตั้งแต่ที่รถจอดทิ้งทั้งสองไว้บนทางเท้าในสถานที่ที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับเป้าหมายนัก เพราะอะไรนะหรือ??เพราะงานนี้ทั้งสองต้องแสดงฐานะเป็น “นักดนตรี” และแน่ล่ะ...ว่านักดนตรีที่ไหนเขาจะมาด้วยรถลีมูซีนกัน? เพราะงั้นตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทั้งสองจึงต้อง “เดิน” ไปเข้างานอย่างเนียนๆ แจนที่ทนฟังบ้างไม่ฟังบ้างมาเสียนานพูดขึ้นเชิงเตือนสติ

“นาย เอ้ย! เธอลืมไปแล้วรึไงว่า แบบบิตี้แรบบิตตี้ของเธอมันเป็นยังไง หา? อย่าเอามาเทียบกับมากาเร็ตมอร์ริอาทีของชั้นนะเว้ย!!” หนุ่มผมน้ำตาลอ่อน ตะโกนบอก ซึ่งอีกฝ่ายก็ชะงักไปนิดพร้อมทำหน้าราวๆว่า เออแฮะ เล่นเอาแจนอยากตบหน้าผากตัวเอง....อายุ 15 ปี กับงานสายลับนี่ดูเหมือนจะดูดี แต่มันมีที่มาจากความน่าเศร้าทั้งนั้น เอเลนที่ถูก ผ.บ.พิคซิสรับมาเลี้ยงดูตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เขาที่เป็นเด็กกำพร้าก็ไม่ค่อยต่างกันนัก จะต่างกันก็ที่ว่าเขาไม่อยากมารนหาที่ด้วยการแก้แค้นอย่างเอเลนแต่อยากจะไถ่บาปที่ตกค้างอยู่ในใจของตนเองซะมากกว่า...และเพราะว่าพ่อแม่ของเขาเองก็ทำงานให้กับทางการก่อนที่จะตายไปด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อ 10 ปีก่อน เขาเลยถูกดูแลโดยสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของทางการ และเขาก็ถูกเรียกตัวเพื่อมาเป็นกำลังเสริมบ้างเป็นบางงาน แจน กิลชไตน์ มีความสามารถในการตัดสินใจที่ดีในเวลาที่คับขันถึงแม้จะไม่เทียบเท่าเพื่อนร่วมรุ่นอีกคนแต่ความสามารถนี้ก็ดีมากพอที่จะทำงาน...สายลับฝึกหัดรุ่น 401 คนอื่นๆก็ทำงานในส่วนของตนเอง แจนถอนหายใจเฮือกใหญ่...ที่ต้องมากับเอเลนในครั้งนี้ก็เพราะอีกสองคนที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดต่างก็มีงานเข้ามาแถมสองคนนั้นก็ไม่ค่อยเหมาะสมกับบทบาท “คนรัก” ของเอเลนซักเท่าไหร่เลยตกมาที่เขาต้องมาซวยแทน ทำไมน่ะเรอะ?? ก็เพราะว่า-

“เฮ้ย!!น้องสาวคนนั้นน่ะ!!” ไม่ทันจบความดี ความคิดในหัวของแจนก็กลายเป็นคำว่า ซวย แทบจะทันที เมื่อเพราะการสนทนาเมื่อครู่ทำให้เขาและเธอ(?)เผลอเดินตรงเข้าไปในตรอกอับๆที่เป็นที่สิงสถิตของพวก “สวะ” บางประเภท และแน่นอนว่าไม่มีสวะที่ไหนที่น่าคบหรอก...
เอเลนหันไปตามเสียงเรียกด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเล็กๆจากเท้าที่เริ่มเจ็บนิดๆ

“อะไร...คะ?” พยายามคงหางเสียงให้ดูสุภาพ เธอแค่ชายตามองก็รู้ว่าพวกนั้นไม่ได้มาดี แถมหมาหมู่อีกต่างหาก เมื่อพวกมันเจ็ดคนแยกกันล้อมเธอไว้โดยที่อีกหนึ่งคนที่ตัวใหญ่ที่สุดผลักแจนออกไปให้พ้นทาง ซึ่งหนุ่มผมสีอ่อนก็ยอมถอยออกมาง่ายๆ พลางยกมือเกาหัวแกรกๆ

“ไม่เอาน่าเอเลน แหะๆเอ่อ...ขอโทษนะครับพี่ชายแต่ช่วยปล่อยแฟนผมออกมาได้มั้ย? พอดีพวกเราต้องรีบไปงาน- อึก!” ร่างสูงถูกเจ้าตัวใหญ่กระชากคอเสื้อยกขึ้นสูง คนที่ดูท่าจะเป็นหัวโจกในกลุ่มที่ยืนมองเอเลนอยู่หันกลับไปพูด

“ไอ้งานเปิดตัวบ่อนใหม่นั่นน่ะเหรอ? กะอีแค่นักดนตรี หายไปคนนึงไม่เห็นจะเป็นไรไม่ใช่ไง??” พวกตัวประกอบร่วมก๊วนยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วย เอเลนถอนหายใจหน่ายและต้องนิ่งงันเมื่อเจ้าหัวโจกนั่นพูดขึ้น...

“แล้วก็เจ้าของบ่อนนั่น เอลวิน สมิธ เป็นหัวหน้าของพวกเรานะเฟ้ย!รู้จักมั้ย ปีกแห่งเสรีภาพในตำนานน่ะ พวกเราหายไปนานกว่า 10 ปีก็จริง แต่ตอนนี้หัวหน้าเอลวินกลับมาแล้วนะเฟ้ย!! 555+” มันถกแขนเสื้อเผยสัญลักษณ์รูปปีกสองสีไขว้กันพลางหัวเราะพวกลูกกระจ๊อกก็พากันหัวเราะร่า ในขณะที่แจนหน้าซีดเผือด พวกสวะข้างถนนอย่างพวกบ้านี่ก็รู้???’


“แจน...รับที...”


กระเป๋าแซลโลถูกเหวี่ยงโยนไปด้วยมือข้างเดียวของสาวน้อย(?) แจนรับด้วยมือข้างหนึ่งแล้วออกแรงบีบข้อมือของเจ้ายักษ์ที่จับคอเสื้อของเขาอยู่แล้วบิดกระดูกข้อจนดังกร๊อก มันร้องโหยหวนแล้วปล่อยเขาลงกับพื้น หนุ่มผมสีอ่อนบิดมือนั้นไปอีกด้านจนร่างใหญ่ขยับไม่ได้ เพราะถ้าขยับแขนของมันก็อาจจะหักเอาได้ง่ายๆ....ก็แค่ทักษะพื้นฐาน...ดวงตาสีอ่อนมองไปทางกลุ่มที่มุงเด็กสาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจพวกมันหันมามองเขาด้วยท่าทางเหวอๆ อ้อ!แล้วที่เขาว่าการจับคู่ควบตำแหน่งแฟนของเอเลนมันซวยยังไง....

“ใส่หน้ากากอยู่แบบนี้คงไม่เป็นไรสินะ?” เสียงเย็นๆของสาวน้อยทำให้เจ้าหัวโจกหันกลับไปมอง
“อ๊ะ!!เหอ...”

ผั้วะ!!!

เด็กสาวย่อตัวลงแล้วดีดตัวขึ้นพร้อมๆกับอุ้งมือกระทบที่ปลายคาง นัดเดียว...สลบเหมือด คนทางซ้ายขาวเข้าประชิดเด็กสาวในทันที! เอเลนก้มลงจนสองร่างนั้นเกือบชนกันก่อนที่ศอกหนักๆจะสอยกล่องดวงใจของพวกมันในระยะประชิดพร้อมกัน

“อ้าคคคคคคคคคคคค!!!/เจี้ยกกกกกก!!!!” แจนแอบซี้ดเบาๆในขณะที่ดูอยู่ห่างๆ เอ้อ!!ซวยยังไงน่ะเหรอ ก็เพราะว่าหมอนี่ทำงานแล้วต้องมีเรื่องทุกครั้งน่ะสิ!!!ถ้าไม่นับที่ทำงานกับคนอื่นล่ะก็ทำงานกับเค้าก็ต้องมีวิวาทกับพวกข้างถนนทุกครั้งที่มีโอกาส ขนาดประสบการณ์ทำงานรวมทั้งหมดไม่ถึง 2 ปีด้วยซ้ำ...

อีกสามคนที่เหลือ(ยกเว้นไอ้ยักษ์)มองหน้ากันเลิกลั่ก มีดพกถูกยกขึ้นมาใช่ขู่ เจ้าหัวโล้นท่าทางเอาเรื่องเดินมาประจันหน้า แล้วแทงมีดเล็งตรงไปที่ใบหน้า!เอเลนเบี่ยงหลบสืบเท้าเข้าใกล้ หันหลังจับแขนข้างที่ถือมีดนั้นขณะที่มืออีกข้างจับคอเสื้ออีกฝ่ายแน่นแล้วทุ่ม!

ผลั่ก!!

!เสียงของร่างหนักๆกระทบพื้นดังลั่นซอย อีกหนึ่งคนวิ่งเข้ามาอย่างบ้าบิ่นฉวยโอกาสตอนที่ทุ่มร่างของไอ้โล้นเข้าใกล้ ขาเรียววาดตวัดเตะขาของอีกฝ่ายจนล้มลงหัวฟาดพื้นตามเพื่อนร่วมก๊วนไปอีกคน
แคว๊ก!...เอเลนก้มลงมองกระโปรงของตน ก็พบว่ามันขาดติดมือเจ้าคนเมื่อกี้ไปตอนล้มสวนกับที่เธอยืนขึ้น...คิ้วเรียวเข้มกระตุกกึก.... สายตาเหลือบไปมองอีกร่างที่ไม่ได้เข้ามา...เหลืออีกแค่หนึ่งคนท่าทางปอดๆ มือที่ถือมีดสั้นสั่นระริก ดูท่าจะเด็กที่สุดในก๊วน สงสัยจะเป็นน้องใหม่....

“ว้ากกกกกกกกกกกก!!!”มันแหกปากร้องตะโกนแล้วออกวิ่งหันหลังหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต เด็กสาวยกเท้าข้างนึงขึ้น ถอดรองเท้าส้นสูงเจ้าปัญหาออกมาอย่างไม่รีบร้อนนัก รวมรวมความโมโหใส่ในรองเท้าที่เป็นเหตุแห่งความหงุดหงิด

“ไอ้รองเท้าซังกะบ๊วยยยยย!!!!”  แล้วขว้าง!!

โป้ก!!!ส้นแหลมๆของรองเท้าส้นสูงกำมะหยี่ปะทะกับหัวของเจ้าคนที่วิ่งหนีอย่างพอดิบพอดี เสียงตุบ!ดังขึ้นพร้อมกับร่างที่สลบไสลไปอีกราย....หัวแตกมั้ยล่ะนั่น แจนที่ยืนบิดแขนเจ้ายักษ์ด้วยท่าทีสบายๆยืนไว้อาลัยให้กับสวะที่พร้อมใจสิ้นชีพเพื่อระบายความหงุดหงิด(ยังไม่ตายซะหน่อย!!!)ของเอเลน...

เด็กสาวดูอารมณ์ดีขึ้นนิดๆพลางเดินไปเก็บรองเท้าของตัวเองขึ้นมาแล้วทนใส่ไว้อย่างเดิมแล้วเดินตรงมาทางเขาที่จับตัวเชลยจำเป็นไว้กับตัว เขาปล่อยแขนร่างใหญ่นั่น...มันร้องแล้วลูบไหล่ตัวเองป้อยๆอย่างไม่มีทีท่าว่าต่อสู้แต่อย่างใดจนเมื่อร่างระหงส์นั่นเดินมาใกล้นั่นแหละ...มีสะดุ้ง...ดวงตาสีมรกตเย็นใต้หน้ากากสีรัตติกาลราวกับจะเรืองแสงให้ความรู้สึกสะท้านเฮือก เด็กสาวย่อกายลงโดยไม่คำนึงถึงว่ากระโปรงขาดๆนั่นมันทำให้แจนรู้สึกเสียวใส้แค่ไหน

“ชั้นขอถามอะไรแกหน่อย...แกคงไม่อยากรีบเข้านอนใช่มั้ย? พวกแกเกี่ยวอะไรกลุ่มนั่น แล้วรู้เรื่องอะไรมาบ้าง?
“มะมะ...ไม่ใช่ๆ!พวกเราแค่...คะแค่...”

“แค่อะไร?” แจนเอ่ยถามเป็นการไล่ต้อน
“พวกชั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกนั้นหรอกนะ...ก็แค่...หาข้ออ้างมาขู่คนอื่นเฉยๆ แค่นั้นจริงๆนะ!!” มันสั่นงกแต่ร่างสูงก็ดูออกว่ามันพูดจริง แจนบีบไหล่เด็กสาวเบาๆแล้วส่ายหน้า เอเลนถอนใจแล้วผละออก

“แล้วรู้อะไรเกี่ยวกับพวกมันบ้างไหม?” แจนเอ่ยถามแทนเด็กสาวที่ลุกยืนหันหลังให้

“รีไวล์....”

“หืมม์??
 แจนเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม  พร้อมๆกับเอเลนที่หันกลับมา คนที่มีข้อมูลในแฟ้มภารกิจมีอยู่น้อยคนนักแถมยังน้อยรายละเอียด หนึ่งในมีชื่อนี้อยู่ แต่ไม่มีรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับคนชื่อนี้เลย ตรงข้ามกับเอลวิน สมิธ และอีกไม่กี่คนที่มีประวัติอยู่อย่างครบถ้วน

“คนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มของเอลวิน สมิธ เคยเป็นสวะที่อยู่ที่นี่ หมอนั่นแข็งแกร่ง...และร้ายกาจที่สุด...ชื่อของหมอนั่น...คือ รีไวล์”

………………………………………….
มีบู๊แล้วๆๆ!!!นี่แค่เซิฟๆพอหอมปากหอมคอ >___<  กะลังจะได้เจอเฮย์โจววววว!!!!
เรื่องราวค่อนข้างซับซ้อนซ่อนเงื่อนแลดูปวดตับ(ไม่แพ้อนิเมะเลยทีเดียว) คงต้องมีไซด์สตอรี่ความจริงเมื่อ 15 ปีก่อนด้วย ไม่งั้นงงตาย (แต่คงต้องเป็นตอนที่ทุกอย่างคลี่คลายในระดับหนึ่งล่ะนะ)
ไรต์เตอร์หายตัว!!!//แวบ!!!

23 September 2013

[FanArt Attack on titan]เอเลนสายC

นานนนนนนนนนนน มากๆที่ไม่ได้ลงสีทำCG(อันนั้นมันของเก่า)ได้ทำอีกทีก็วันนี้!!!ปิดเทอมๆๆและเพราะยังคงบ้าไททันอย่างต่อเนื่อง(แม้อนิเมใกล้จบเต็มที)เราก็บ่ยั่น!!555+ ว่าแล้วก็วาดเอเลนสายCที่จริงแล้วกะจะวาดรูปประกอบฟิคแต่ท่าแอคมันยังไม่บรรเจิดพอไอเดียไม่กระฉูดเลยเอาแบบตามมีตามเกิด เอ้า!!ดูเลยๆ(ฝีมือเปลี่ยน??คงงั้น -*-)
 วาดได้แมนมาก(-////-) อยากคงความเป็นเอเลนที่มองแวบเดียวจำได้เลยโครงหน้าแมนๆไป แถมยังเผลอลงสีกล้ามเนื้อซะอย่างกับผู้ชายยยยยย!!!(//ม่ายยยยยยยยยย) ขนาดแม่ยังบอกว่า "แมนจังผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่เนี่ย?รึว่าเป็นกระเทย!!?" คุณแม่ช่างทำร้ายยยยยT-T ข้าน้อยอยากให้บุคลิกแบบสายลับเลยดูแข็งแรงๆไปหน่อยแค่นั้นเอ้งงงงง(เสียงสูง??)
 ปรับสีเก็บลายละเอียดนิดๆหน่อยๆ(เอ็งลืมกำไลO_____O//เห๊อะ!!!)ช่างมันละกัน
แบบธรรมดาๆ(แค่เอาใบไม้ออก-*-)ยังไงก็ยังดูเป็นหนุ่มหน้าหวานอยู่ ชั้นนี้มันแย่ชะมัด เดี๋ยวปรับเป็นแบบผู้ชายเต็มตัวซะน่าจะดีกว่า - - เฮ้อ......

22 September 2013

[fic attack on titan]Top Secret(LOVE?)[Levi X Eren] Files 02#

Top secret(Love?)
Attack on titan
Levi X Eren(all eren??)
PG-15(ตามตอน)
คำเตือน!!!ฟิคนี้มีเนื้อหาความรุนแรง เพศ และการใช้ภาษา และมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชายรักชาย!!!! เพราะชาน้านนน ใครไม่ชอบกรุณาหลีลี้หนีให้ไกลค่ะ!!เค้าเตือนแล้วนะ!!!
มีการแก้ไขเล็กๆน้อยๆ รู้สึกว่าหลังจากไซด์สตอรี่ทางเลือที่ไม่มีวันเสียใจภายหลัง เอลวินรีไวจะมาแรง555+แต่นั่นไม่สามารถบั่นทอนความมุ่งมั่นใน รีเอ ของข้าน้อยได้หรอกนะ(มือสั่น//ไม่ใช่และ) รายละเอียดเรื่องนี้...เอิ่ม....ดูท่าจะเรื่องยาว แค่พล็อตภารกิจแรกก็ยาวเฟื้อย(แค่ภารกิจแรก!!!)
ในเรื่องก็....
อายุมาตรฐานตามมังงะและอนิเมนั่นแลรีไว30เอเลน15ไม่รู้จะเรียกเอเลยสายCได้มั้ยเพราะนางสลับเพศได้ไม่ถาวรแต่หลักๆคงเป็นชาย(มั้งนะ?//ตามเรื่องๆ)ตอนแรกๆก็เจอะร่างหญิงไปยั่วก่อนละกัน(แอบสปอยล์??)พยายามไม่ให้หลุดคาแรคเตอร์สุดๆแต่เฮย์โจวเห็นทีคงยาก(แต่ก็ไม่ค่อยต่างจากเดิมนักหรอก)
......................................................
'เอเลน!!' เสียงของประตูไม้กำลังถูกทุบทำลายเคล้ากับเสียงปืนและความวุ่นวาย...ชายวัยกลางคนในชุดกาว์นเปื้อนโลหิตถือหลอดฉีดยาไว้ในมือ ดวงหน้ากร้านมีอายุนองไปด้วยน้ำตา แววตานั้นราวกับสัตว์ที่ถูกต้อนให้จนมุม...เขาเดินตรงฝ่าฝุ่นควันมายังเด็กชายตัวน้อยคล้ายกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

'พ่อ!!!' เด็กชายตกใจเมื่อท่ามกลางความสับสน...บิดาของเขากลับกระชากแขนให้เดินลึกเข้าไปในบ้าน....ในชั้นใต้ดิน
"พ่อ!!!จะทำอะไรน่ะ!!!แล้วแม่ล่ะครับ!!!"
ผู้เป็นพ่อไม่เอ่ยตอบกลับเหวี่ยงแขนลูกชายวัย10ขวบให้ล้มลงกองกับพื้นเย็น ขับเสียงสะอื้นไห้เคล้าคลอ...ยิ่งเมื่อชายวัยกลางคนยกเข็มฉีดยาในมือเข้ามาใกล้ ใกล้เสียจนปลายเข็มแหลมนั้นแนบกับลำคอ....เด็กชายพยายามดิ้นหนีจนถูกมือจับบังคับให้หันมา มองใบหน้าของพ่อที่ช่างทรมาณ ฟันกรามขบกันแน่น ดวงตาเบิกโพลงเจิ่งนองด้วยน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ใบหน้าซีดเซียว.....เขากำลัง.....กลัว??
ดอกเตอร์คริชามองดวงหน้าอ่อนเยาว์นั่น มองเข็มฉีดยาในมืออย่างสับสน

"พ่อ....ครับ...."

ปึง!!!โครม!!!!!! เสียงข้าวของพังระเนระนาดดังแว่วทำให้คริชา เยเกอร์สะดุ้งตกใจ ความสับสนในใจถูกปัดหายเมื่อเวลามีไม่พอ

'อึก....ฟังพ่อนะเอเลน...." เขาสูดหายใจเข้าลึก...
".....ยานี่อาจทำให้ลูกต้องทรมาณ ตอนนี้ทุกอย่างมันผิดพลาด....ทุกอย่างเป็นความผิดของพ่อ...แต่ลูก!!ลูกแก้ไขมันได้!!!ลูกต้องทำให้ทุกอย่างมันถูกต้อง!ลูกต้องใช้มัน!!ลูกต้องใช้มัน!!!ได้ยินมั้ยเอเลน!!!'

'พ่อ!!'

'พ่อขอโทษ...พ่อขอโทษ...เอเลน'
‘ไม่นะ พ่อฮะ พ่อ!!!!’

ฉึก...


ดวงตาสีมรกตจ้องมองตัวเองในกระจกเงาที่ส่องสะท้อนร่างกายของบุรุษ...ที่งดงามเกินเพราะผลกระทบของสิ่ง"พิเศษ"ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย...นาฬิกาข้อมือถูกวางไว้ข้างอ่างล้างมือ แขนทั้งสองข้างยันไว้บนขอบอ่างมองดูเข็มวินาทีเคลื่อนไปเรื่อยๆคล้ายกับได้ยินเสียงลมหายใจของตนเอง...

ตี้ดๆ!

"อึ้ก!!!"จู่ๆร่างทั้งร่างก็ทรุดฮวบลงกับพื้น พร้อมๆกับเสียงนาฬิกาเตือนเวลาที่แน่นอน กายสีขาวของเด็กหนุ่มบิดเกร็งอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อความเจ็บปวดที่ไร้ที่มาแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่าง เหมือนรากไม้ที่ชอนไชเข้าไปในทุกส่วนของร่างกายเสียงกระดูกในร่างกายลั่นกร็อบอย่างน่ากลัวราวกับว่ามันจะทิ่มแทงออกมา กล้ามเนื้อยืดหดเสียจนรวดร้าว เส้นประสาททุกเส้นส่งกระแสเร่งเร้าขับให้ร่างบิดเร้าส่งเสียงร้องคำรามรอดไรฟัน....ดวงตาสีมรกตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาก่อนที่มันจะไหลลงไปกับพื้น

ร้อน....

สุดแสนจะทรมาณ....เฉกเช่นที่พ่อบอก...แต่ก็ต้องกัดฟันทน

"ฮึก!....อื้อ...." กระแสความเจ็บปวดเริ่มยังคงไหลมาอย่างต่อเนื่อง พอๆกับน้ำตา ร่างสูงโปร่งใช้สองแขนโอบกอดตัวเองเอาไว้ เพื่อรอเวลา....ร่างกายที่มีอุณหภูมิสูงผิดมนุษย์ส่งไอร้อนออกมาทั่วร่างและค่อยๆจางลงก่อนที่ความเจ็บปวดนั้นจะค่อยๆซาลงที่ละน้อย...จนเสียงหอบหายใจหนักหน่วงเริ่มลดลงปรับสภาพให้เป็นปกติ ดวงตาสีมรกตหรี่ปรือ ทำได้แค่นอนรอซักพักถึงจะเริ่มลุกไหว...มือเรียวเล็กเอื้อมจับขอบอ่างล้างหน้าแล้วพยุงกายขึ้นยืนเต็มความสูง เกิดอาการเซเล็กน้อย...

กระจกที่ขึ้นฝ้าบดบังเสียจนมองไม่เห็นเพราะไอร้อนเมื่อครู่ ถูกมือบางปัดผ่านให้กลับมาแจ่มชัด....ร่างที่เป็นบุรุษเพศเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน.....ในตอนนี้.........กลับกลายเป็นเด็กสาวรูปงามที่มีรูปหน้าเค้าโครงเดิม ไม่ว่าจะเป็นปากเชิดหยิ่ง จมูกรั้นๆ ดวงตาสีมรกตที่ขนตายาวขึ้นและหนาขึ้น ผมสีน้ำตาลยาวถึงกลางหลัง บางส่วนคลออกอิ่มนวลเฉกเช่นสาวงามที่มีสัดส่วนน่าหลงใหล เอวบาง สะโพกผาย....ทุกส่วนล้วนเป็นสตรี...
เอเลน เยเกอร์กลายเป็นผู้หญิงไปแล้ว....นั่นคือผลของการทดลองที่คริชา เยเกอร์เลือกที่จะใช้กับลูกชายเพียงคนเดียวของตัวเอง  ถึงแม้ว่าผลมันจะไม่ใช่ตามเป้าหมายก็ตาม...เพราะเป้าหมายหลักของการทดลองคือการสร้างสายลับที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษขึ้นมาและเป้าหมายรองคือทำให้สายลับคนนั้นไร้ตัวตน ไม่ใช่หายไปแต่เป็นการทำให้เหมือนไร้ตัวตนจริงๆการเปลี่ยนแปลงเพศอย่างสิ้นเชิงจึงเป็นทางเลือกที่ถูกนำมาใช้แต่เพราะการทดลองไม่ได้สมบูรณ์แบบ 100% การเปลี่ยนแปลงจึงอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ค่อยมีความแน่นอน...แต่อย่างน้อยๆก็อยู่ในเวลาเดิมของทุกๆวัน หรือไม่ก็เพราะปัจจัยอีกอย่าง...

ย้อนไปก่อนหน้าซักพักถึงเรื่องข้อมูลที่เอเลนได้รับมา แว่นตานั่นใช้สำหรับอ่านเอกสารลับโดยเฉพาะ และต้องรีบอ่านรีบจำเพราะข้อมูลจะระเหยหายไปทั้งหมดจนกลายเป็นเอกสารธรรมดาๆภายใน10นาทีต่อหน้าที่โดนอากาศเต็มๆ
"ปีกแห่งเสรีภาพ"เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มชนนอกรีต และเป็นเป้าหมายสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เอเลนยอมมาเป็นสายลับ...ใช่....ภาพสุดท้ายในความทรงจำอันพร่ามัวของเอเลน...เมื่อพ่อล้มลง แผ่นหลังที่โชกเลือดนั่น....คือรูปปีกสองสีไขว้ซ้อนกันบนเสื้อสีดำสนิท และดวงตาที่เหลียวหลังกลับมา สีเทาหม่นที่ให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก....เธอจำความรู้สึกนี้ได้ที่สุด...มันราวกับเป็นดวงตาของปีศาจ....

ปีกแห่งเสรีภาพนั้นแข็งแกร่งแบบเงียบงัน ไม่เพียงแค่เล็ดรอสายตาทางการมาได้ตลอด แต่เมื่อเข้าปะทะ ไม่เคยมีหน่วยงานใดเอาชนะพวกมันได้เลย
การวางแผนที่แยบยล มั่นคง เด็ดขาด แสดงถึงศักยภาพของผู้นำกลุ่ม เหมือนกันกับคลื่นใต้ทะเล....เชี่ยวกรากดูดกลืนทุกชีวิตสิ้น....ทว่านิ่งสงบไร่วี่แวว... ไร้ร่องรอย ทำเหมือนทางการเป็นของเล่นเด็กอนุบาล แค่คิดถึงภาพในวันนั้น...เด็กสาวก็เผลอกัดฟันแน่นโดยไม่รู้ตัว....


ร่างโปร่งจัดการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายที่แม่บ้านนำมาส่งให้ก่อนหน้า  ขาเพรียวก้าวออกจากห้องน้ำมายืนหน้ากระจกบานใหญ่ที่เป็นตู้เสื้อผ้าไปในตัว

ก็อกๆๆ

"เข้ามา" มือบางที่กำลังมุ่นผมเป็นก้อนกลมบนศีรษะชะงักไปนิดเมื่อนึกถึงรายชื่อเพื่อนร่วมงานที่ต้องไปด้วยกัน ทุกครั้งงานมักจะไม่ออกมาแบบนี้ ตอนแรกเธออยากรู้นักว่าใครเป็นคนเลือกคู่หูให้เธอ แต่พออ่านภารกิจที่ต้องทำก็ทำให้เธอถึงบางอ้อ
'มาตอนนี้ก็ดี' เด็กสาวยิ้มแสยะเมื่อคิดเรื่องอะไรสนุกๆออก

"โย่ว!เอเลน" ร่างสูงกว่าเล็กน้อยถือวิสาสะเปิดเข้ามาอย่างเคยชิน และสะดุดกึกเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

"แจน...พอดีเลย นายช่วยรูดซิปนี่ให้ที" แผ่นหลังขาวเนียนไร้ตำหนิเผยให้เห็นเสียจนอีกฝ่ายเริ่มหน้าร้อนฉ่า เด็กสาวที่หันหลังให้ลอบมองอีกฝ่ายผ่านเงาสะท้อนบนกระจก และลอบยิ้มอย่างมีชัยเธอลืมบอกไปว่าคู่หูคราวนี้เป็นถึงไม้เบื่อไม้เมาที่ต้องหาเรื่องทะเลาะชกต่อยกันทุกทีไป โดยเฉพาะเมื่อเธออยู่ในร่างของผู้ชาย ความไม่ยอมแพ้ซึ่งกันและกันมันทำให้ต้องหาเรื่องทำให้อีกฝ่ายเสียหน้าให้สะใจเล่น ถึงแม้ผลในร่างผู้ชายมันจะพอเสมอกัน แต่ในร่างผู้หญิงดูท่าอีกฝ่ายจะแพ้ทางเสียเหลือเกิน ยิ่งเมื่อเห็นภาพสะท้อนเป็นอีกฝ่ายที่เก้ๆกังๆ แถมยังกัดปาก ตบหน้าตัวเองรัวๆ มือสั่นนิดๆค่อยรูดซิปแต่กว่าจะรูดซิปจากบั้นเอวไปจนสุดกลางหลัง...ก็เล่นปล่อยท่าทางพิลึกๆมาเสียจนน่าขนลุก...เอเลนยิ้มแสยะ หันกลับมาแล้วแสร้งทำท่าทีเขินอาย

"แกนี่มันโรคจิตว่ะ...แจน" น้ำเสียงหวานใสพูดอย่างดูแคลนตรงข้ามกับการส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่ายผ่านกระจก เด็กหนุ่มที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกแอบมองหน้าแดงจัด ทั้งอายทั้งโกรธ ความโรมานซ์ที่เหมือนฉากในละครซักเรื่องเมื่อครู่หายพรึ่บไปแทบจะทันที ความเป็นคู่แค้นตั้งแต่ชาติปางก่อนแผลงฤทธิ์อย่างรวดเร็ว เมื่อร่างสูงเลือกใช้วิธีกลบเกลื่อนความอับอายเป็นการขึ้นเสียงตะคอก
"กะ...ก็มันเพราะใครกันล่ะวะไอ้คนสองเพศ!!!! อย่าคิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วชั้นจะว่าไม่ได้นะโว้ย!!!!"
แน่ล่ะ...คำว่า “คนสองเพศ” ของแจนมันช่างจี้ใจดำ...
"ชั้นไม่ได้อยากเป็นอย่างนี้ซะหน่อย!!!แกก็อย่ามาทำท่าทางโรคจิตแล้วพาลคนอื่นซี้ซั้วซิวะ!!!!" เด็กสาวกระชากเสียงโดยไม่คำนึงถึงเพศของตัวเอง แจนสะอึก เพราะเขาทำท่าทางพิลึกๆออกไปจริงๆนี่นา...หนุ่มหน้าหล่ออึกอักๆในลำคอเพราะเถียงไม่ได้ ยิ่งโดนอีกฝ่ายไล่ต้อนด้วยการช้อนมองจ้องแล้วยิ้มน้อยๆ....มันช่าง.....ปุ้ง!หน้าหล่อๆพลันขึ้นสีจัดอย่างช่วยไม่ได้
"ก็แกมัน!!! แกมัน!!! หนอย!ไอ้เจ้าบ้า!!!!!!"

ปึง!!....
แจน กิลชูไตน์วิ่งออกไปจากห้องแต่งตัว เหลือเพียงของเด็กสาวร่างสูงเพรียวในชุดงานราตรีสีรัตติกาลสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย สายรัดต้นขาลูกไม้สีดำรับกับรองเท้ากำมะหยี่สีดำ ถุงมือสั้นสีเดียวกับชุด เติมแต่งให้ดูเป็นผู้ใหญ่ด้วยขนมิงค์สีขาวสะอาดที่ใช้คล้องรอบกาย และปิดท้าย...ด้วยหน้ากากสีนิลประดับเพชรส่องประกาย...ริมฝีปากอิ่มยิ้มพริ้มพราย เช็คความเรียบร้อย ภารกิจครั้งนี้ดูท่าจะหินพอตัวในเมื่อเจออีหรอบนี้ทีไร เป็นได้เรื่องทุกที...เธอถอนหายใจแล้วกำหมัดแน่นมือทั้งสองสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว...แต่เป็นความตื่นเต้น....ตื่นเต้นที่จะได้เผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริง!!
เมื่อเธอพร้อม....ก็ถึงเวลาเปิดม่าน...
"ไปกันได้แล้ว แจน..." เอเลนกดเสียงต่ำจริงจัง  พอดีกับที่มือของอีกฝ่ายที่เข้ามายืนข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ แจนดูสงบไร้อารมณ์รบกวน ดวงหน้าหล่อเหลาถูกปิดครึ่งบนด้วยหน้ากากคล้ายคลึงกับเธอ เพราะต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าตัวเองเป็นใคร และกำลังทำอะไร....
มือบางวางลงบนฝ่ามือใหญ่ แล้วเริ่มภารกิจในค่ำคืนนี้ในทันที
........................
เริ่มมาก็แจนเอ.....-*-มีใครเคืองมั้ย??ก็เราออลเอเลนอ๊ะ!!!! OTL||||
ปล.อ้อ!!มีภาพประกอบ แต่!!ขี้เกียจลงแฮะ เอเลนในชุดออกปฏิบัติการ อยากรู้ฝีมือวาดรูปไรต์เป็นไง?ก็รอดูกันไปเนอะๆ -*-

[fic attack on titan]Top Secret(LOVE?)[Levi X Eren] Files 01#


Top secret(Love?)
Attack on titan fic.
Levi X Eren(all eren??)
PG-15(เปลี่ยนไปตามเนื้อเรื่องเจ้าค่ะ)
  อันเนื่องจากห่างหายจากการแต่งนิยายและฟิคไปเนิ่นนนนนนานนนนนและฟิคนี้ก็แต่งในโทรศัพท์มือถือ(คลุมโปงแต่งตอนดึกๆ)อาจจะมีเบลอๆบ้างผิดพลาดบ้าง ทางผู้จัดทำก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย//ผิด  ก็ถ้าเขียนอะไรผิดจะติเตียนอะไรก็ไม่ว่านะคะ จะขอบคุณด้วยซ้ำ ^^ จะขอไม่สปอยล์เด็ดขาด อาจมีภาพประกอบถ้าบรรยากาศเป็นใจและมีกะใจ? เหอๆๆ เรารู้ว่าคนไม่ชอบอ่านคำบ่นของไรต์นักหรอก เพราะงั้น....อ่านเลยละกัน
.......................................................................................................
'วันนี้อากาศแจ่มใส แดดจ้า เมฆน้อย ลมสงบ อากาศดีๆแบบนี้น่าจะออกไปเดินเล่นนอกบ้านนะคะ~!'

ครืน~~~~~ เปรี้ยง!!!!
ปิ๊บ!

"...กรมอุตุนี่เคยเชื่อถือได้ด้วยเรอะ?..."

ซ่าาาา....

เสียงฝนที่เทกระหน่ำลงมาช่วยสนับสนุนคำกล่าวของผู้พูดได้เป็นอย่างดี มือเรียวกดรีโมทปิดจอโทรทัศน์ติดพนังตัวหรูประจำห้องรับแขกกว้างก่อนจะยกขึ้นป้องปากหาวอย่างเซ็งในอารมณ์ พลางทอดกายไปบนโซฟาตัวยาว ดวงตาใต้เปลือกตาที่พยายามข่มให้หลับกลอกไปมาอย่างรำคาญใจเล็กๆกับเสียงของสายฝน ที่เริ่มกระหน่ำ...ดวงตาปรือขึ้นเล็กน้อยจ้องมองวิวทิวทัศพร่าเบลอของเมืองใหญ่ผ่านกระจกใสของคอนโดหรูอย่างหงุดหงิด แขนเรียวชูขึ้นแล้วดีดนิ้ว

เป๊าะ!

"ปิดหน้าต่าง" เมื่อคำสั่งเสียงถูกส่งออกไปภายในห้องก็มืดลงทันทีเมื่อบานหน้าต่างที่มีลักษณะเป็นซี่ถี่ๆหลายๆซี่รับกับกระจกใสหันปิดทั้งแสงและเสียง ขณะเดียวกันไฟสีส้มในห้องก็ถูกเปิดขึ้นทันที...

ดวงหน้าของเด็กหนุ่มเริ่มเคลิ้มไปกับบรรยากาศที่เริ่มเบาสบาย กายสีขาวคล้ายไม่ค่อยต้องแดด...
ร่างที่ดูสูงโปร่งแต่กลับให้ความรู้สึกผอมบาง เส้นผมสีน้ำตาลเข้มนุ่มสลวยดูลื่นมือน่าสัมผัส ดวงหน้าอ่อนเยาว์รับกับดวงตาสีมรกตสดใสเปล่งประกายพลังชีวิต...เอเลน เยเกอร์ นอนบิดซ้ายบิดขวาอยู่บนโซฟาในชุดลำลองสบายๆพอเริ่มๆจะเคลิ้มได้ที่ก็มีบางอย่างเข้ามาแทรกกลางคัน...

กริ้ง!
เสียงสั้นๆจากโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่ข้างตัว ขับให้เจ้าของโทรศัพท์ส่งเสียงครางงึมงำ มือที่ห้อยลงมาข้างโซฟาควานหาต้นเสียงกวาดไปสะดุดเข้ากับหน้าจอเรียบบาง มือเรียวจึงฉวยเอาไว้ก่อนจะยันกายขึ้นมานั่งดูดีๆ เด็กหนุ่มเอามือเกาหัวแกรกๆ...

"งานเข้าอีกแล้วหรอ??...." ตาปรือๆเริ่มกระจ่างขึ้นหน่อยๆแต่ก็ยังอดถอนหายใจเบาๆไม่ได้กับเวลาพักผ่อน....ที่ดูท่าจะหดหายไปอีกวัน....นิ้วเรียวกดหน้าจอยกขึ้นแนบหูและเริ่มกรอกเสียงเข้าไป

"A-O-T-3-0-6-5-1 เอเลน เยเกอร์..."
ตื้ด เสียงสัญญาณยืนยันเหมือนทุกครั้งก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงเดิมๆ

'รหัสยืนยัน รหัสเสียงไม่ผิดพลาด น้ำเสียงปกติ ต่อสายตรงถึงผู้บัญชาการ' เสียงโมโนโทนของระบบรักษาความปลอดภัยดังขึ้นตอบรับ ก่อนที่ปลายสายจะถูกโอนให้คนอีกคน...

'คราวนี้ถึงตาเธอแล้วล่ะนะ....เอเลน เริ่มงานคืนนี้ รายละเอียดชั้นจะส่งไปให้ทางแฟกซ์ รู้ใช่มั้ยว่าต้องอ่านยังไง??'
เสียงของชายชราที่คุ้นเคย เพราะเป็นทั้งหัวหน้าใหญ่และคนที่เด็กหนุ่มเคารพนับถือมากที่สุด

"ครับ..."

'...งั้นก็ดี นี่เป็นงานระดับสาม เธอคงเข้าใจว่าเราพลาดไม่ได้ และคนที่ทำได้มีแต่เธอเท่านั้น...'
เด็กหนุ่มนิ่งไป...

"ครับ...ผ.บ.พิคซิส..."

'....'
เสียงปลายสายเงียบไปคล้ายหนักใจอะไรบางอย่างแต่ก็ตัดสินใจไม่พูดออกไป...

'...งั้น...โชคดีละกัน เอเลน...'

"ครับ"
'..........'
...เสียงปลายสายเงียบไปแล้ว....แต่เด็กหนุ่มยังคงนั่งนิ่งบนโซฟากับงานที่ได้รับมอมหมาย....งานทุกงานล้วนเป็นความลับ เพราะเขานั้นเป็น"สายลับ" สายลับที่ว่าไม่ใช่สายลับจับบ้านเล็ก หรือสายตำรวจธรรมดาๆทั่วไป...มันเสี่ยงมากกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อพวกที่เป็นเป้าหมายมักไม่ใช่พวกระดับธรรมดา...ทั้งนอกกฏหมายอย่างสิ้นเชิง เลวอย่างสิ้นซาก ต่ำทรามอย่างสิ้นคนต้านทาน...ถ้าหน่วยงานไหนกล้าแหยมมีได้ตายกันยกครอบครัว ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาของเอเลน เยเกอร์เลยแม้แต่น้อยในเมื่อเด็กหนุ่มไม่มีครอบครัวมาตั้งนานแสนนาน...ตั้งแต่พวกชั่วช้านั่นฆ่าล้างบางตระกูลเยเกอร์ด้วยที่เป็นตระกูลนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานคิดค้นให้กับทางการมาหลายสมัย ขัดผลประโยชน์เจ้าพวกนั้นได้ไม่น้อย...นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักของเด็กหนุ่มที่รอดชีวิตมาแบบฉิวเฉียด...ให้เดินทางสายนี้ด้วยความแค้นฝังใจ รวมกับความ"พิเศษ"บางอย่าง ที่ได้รับมาจากพ่อก่อนเกิดเหตุสยอง
ร่างโปร่งลุกขึ้นไปยังโต๊ะทำงาน นั่งลง และเปิดลิ้นชักข้างๆ ดึงเอากระดาษข้อมูลที่เพิ่งถูกส่งมาสดๆร้อนๆ ดูเผินๆก็แค่เอกสารจิปาถะ มือบางจึงล้วงเข้าไปข้างลิ้นชักนั้น สะกิดเบาๆและหยิบแว่นตากรอบเหลี่ยมบางขึ้นมาใส่แล้วเริ่มไล่อ่านอย่างไม่รอช้า

"นี่มัน!!" ดวงตาสีมรกตเบิกกว้างเมื่อเห็นเพียงสัญลักษณ์คุ้นตา ภาพของปีกสองสีสองข้างซ้อนทับกันนั้น.....

"ปีกแห่งเสรีภาพ"
..............................
ไรต์เขียนแนววิทย์ๆและเน้นแอคชั่น NC ไม่เกี่ยง เขียนได้แต่ไม่เน้น ใครชอบแนวบู๊ๆคงถูกใจ
ค่อนข้างอ้างอิงบ้างอะไรบ้าง บอกไว้ก่อนเป็นคำเตือน ไรต์ SM ค่ะ โดยเฉพาะตัวละครที่ชอบนี่ไม่มีปราณี(ในที่นี้คือเอเลน) โชคดีนะเอเลน ชั้นชอบนาย//ยิ้มๆ ^^